ทั้งนี้ นายซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำชีอะห์ในประเทศไทย กล่าวอีกว่า วันนี้มาต่อสู้เพื่อชาวปาเลสไตน์ ในเชิงสัญลักษณ์ และมาเพื่อต้องการเรียกร้องว่าอย่าปิดตากับการกดขี่ เพราะการกดขี่ความชั่วที่ร้ายแรงที่สุด และเชื่อว่า ถ้าปัญหาปาเลสไตน์ไม่จบ โลกทั้งโลกจะต้องเจ็บปวด เพราะวันนี้สงครามเริ่มขยายออกไป ซึ่งสหประชาชาติ ยังไม่ออกมาพูดอะไร เพราะยังไม่ตื่นนอน สหประชาชาติถูกตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องชาวโลก แต่กลับออกมาปกป้องชาวยิว
“เราอยู่ในไทย ไม่สามารถจับอาวุธสู้ในรูปแบบอื่นได้ ถ้าทำได้ก็จะทำ แต่เพราะเป็นประเทศไทย จึงไม่ทำสิ่งใดให้ประเทศชาติเสียหาย จะต่อสู้กับพวกเขาในเชิงสัญลักษณ์ และต้องการบอกสื่อทุกคนว่า อย่าปิดปากเรา”
และการแสดงออกในวันนี้ไม่มีใครสามารถหยุดทางกลุ่มได้ และทางพวกเราไม่สนับสนุนการระเบิดสถานทูตอิสราเอลในไทย ถ้าจะระเบิด ก็ไประเบิดที่อื่น เพราะเรามาแสดงสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และได้เจ้าหน้าที่ถูกต้องทุกอย่าง เราแค่ต้องการประนามว่าการกดขี่ที่เกิดขึ้นบนโลก ในขณะที่ยิวปิดปากทั้งหมด
นอกจากนี้ นายซัยยิดสุไลมาน ยังพูดถึงแรงงานคนไทยที่ถูกจับกุมตัวด้วย โดยยืนยันว่า ฮามาส จะไม่ทำอันตรายรายอะไรกับพวกเขา และจะได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุดแน่นอน เพราะตัวประกัน เชลย หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่อิสราเอล พวกเขาคือแขกของเรา ขนาดเราโดนเข่นฆ่ามาตลอด75ปี ยังมีความเป็นมนุษย์ มากกว่ามนุษย์ที่เฉยเมยต่อการถูกกดขี่
ทางผู้นำชีอะห์ ยังปราศรัยบอกอีกว่า ที่ปราศรัยหันหลังให้สถานทูตอิสราเอลในวันนี้ เพราะต้องการหันหลังให้กับยิว เพราะชาวยิวพูดไม่รู้เรื่อง เราต้องการพูดกับมนุษย์ และการทำกิจกรรมของกลุ่มผู้สนุบสนุนปาเลสไตน์ในวันนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ ทนายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน มาร่วมกิจกรรมด้วย โดยระบุว่า ได้รับเชิญให้มาร่วมทำกิจกรรม
ทั้งนี้กิจกรรมสุดท้ายในวันนี้ ทางกลุ่มที่สนับสนุนปาเลสไตน์ ได้ทำการเผาธงชาติอิสราเอล เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย
สำหรับการทำกิจกรรมในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจมาดูแลความเรียบร้อย และบรรยากาศการทำกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย