โดยก่อนหน้านั้นผบ.ทร.คนก่อน และคณะผู้บริหารระดับสูงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าตามแนวทางเดิม และพยายามที่จะอธิบาย กับรัฐบาลเต็มที่ พูดง่าย ๆ คือท่านไม่ยอมง่ายๆ และขอให้รัฐบาลพยายามให้ได้เครื่องยนต์นั้น ท่านนายกฯ รับปาก ไปเจรจาก็ไม่เป็นผล จึงมาสู่แนวทางว่าถ้าไม่สามารถที่จะให้เครื่องยนต์ตามข้อตกลงตามสเปคนั้นแล้ว กองทัพเรือจึง ขอ 2 แนวทางคือ
1. ขอเปลี่ยนรายการไม่เอาเรือดำน้ำก็ได้ แต่ขอเป็นเรือฟริเกต 3 ระบบ ที่สามารถต่อสู้ทางอากาศ ผิวน้ำ และใต้น้ำ ซี่งราคาก็จะประมาณเรือดำน้ำ
2. ถ้าไม่ได้เรือฟริเกต ขอเป็นเรือเรือ OPV (เรือตรวจการณ์ระยะไกล) ทดแทน ซึ่งแม้กองทัพมุ่งมั่นอยากได้ แต่ก็ยินดีสนองนโยบายรัฐบาล ซึ่งตนและรัฐบาลพิจารณาแล้วว่า ขอเลือกแนวทางที่ 1 คือเรือฟริเกต ที่ราคาสูงกว่าเรือดำน้ำ 1,000 ล้านบาท โดยเราเห็นเม็ดงบประมาณที่มาโปะคือ นำเงินการสร้างอู่เรือดำน้ำ ระยะที่ 3 ที่ยังไม่ทำสัญญา ซึ่งจะไม่กระทบงบประมาณ