เปิดรายชื่อ! 2 คณะอนุกก.รับฟังความเห็น-ศึกษาแนวทางทำประชามติฯ
16 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

เปิดรายชื่อ! 2 คณะอนุกก.รับฟังความเห็น-ศึกษาแนวทางทำประชามติฯ หลังจาก "นายกฯ" เห็นชอบในการประชุมครม.เมื่อเช้าที่ผ่านมา
การเมือง
16 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

เปิดรายชื่อ! 2 คณะอนุกก.รับฟังความเห็น-ศึกษาแนวทางทำประชามติฯ หลังจาก "นายกฯ" เห็นชอบในการประชุมครม.เมื่อเช้าที่ผ่านมา
16 ตุลาคม 2566 นายนิกร จำนง ในฐานะโฆษก คณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ได้ลงนามคำสั่งที่ 1/2566 เรื่องแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ทั้งนี้ เพื่อให้การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นายกรัฐมนตรีจึงได้ให้ความเห็นชอบต่อการตั้งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว มีองค์ประกอบ ได้แก่
ทั้งนี้ หน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการชุดรับฟังฯ คือ จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติฯ ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ในการออกกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตยทันสมัยร่วมกันและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ตลอดจนสอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หารือแนวทางจัดทำและธรรมนูญในรัฐสภา เพื่อให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ประเทศสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
รวมทั้ง เป็นไปตามคำแถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2566 และให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจเชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงาน ของรัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ความเห็น เอกสารหลักฐานใดที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา และสามารถแต่งตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการตามที่คณะอนุกรรมการมอบหมายได้ตามความจำเป็น โดยให้คณะอนุกรรมการรายงานผลดำเนินงานต่อ นายภูมิธรรม ประธานกรรมการศึกษาประชามติฯ
นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ลงนามในคำสั่งที่ 2/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ศึกษาแนวทางในการทำประขามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2566 มี
โดยมีหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการชุดนี้ คือ ศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการออกกฎ กติกา ที่เป็นประชาธิไตยทันสมัย และเป็นที่ยอมรับร่วมกันและสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นประเทศสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
รวมทั้ง เป็นไปตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2566 และให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจเชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ความเห็น หรือเอกสารหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา
นอกจากนั้น ให้แต่งตั้งคณะทำงาน หรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการตามที่คณะอนุกรรมการมอบหมายได้ตามความจำเป็น ทั้งนี้ให้คณะอนุกรรมการรายงานผลดำเนินงานต่อประธานกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนาม คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 264/2566 แต่งตั้ง คณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่นายเศรษฐา ลงนามเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 66 มีคณะกรรมการ รวม 34 คน เนื่องจาก พรรคก้าวไกล ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม
แต่ปรากฏว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ท้วงติงว่า เป็นเรื่องข้อกฎหมาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นคณะกรรมการไม่ได้ ต่อมาจึงได้มีการปรับเปลี่ยนรายชื่อใหม่ และทางส่วนได้ถูกตั้งให้เป็นคณะอนุกรรมการทั้ง 2 ชุดดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการฯ ที่เป็น สส. ถูกเปลี่ยนออก อาทิ