"ภูมิธรรม" แจงตัดสส.ออกจากคกก.ประชามติ เหตุกฤษฎีกาตีความทับซ้อน
10 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

"ภูมิธรรม" แจง ตัดสส.ออกจากคกก.ประชามติ เหตุกฤษฎีกาตีความทับซ้อน ปัด "เพื่อไทย" คุมทิศทาง ขออย่ามองในแง่ร้าย ด้าน "วราวุธ" ชี้ ระวังตกม้าตาย หวั่น เสียงบเปล่า
การเมือง
10 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

"ภูมิธรรม" แจง ตัดสส.ออกจากคกก.ประชามติ เหตุกฤษฎีกาตีความทับซ้อน ปัด "เพื่อไทย" คุมทิศทาง ขออย่ามองในแง่ร้าย ด้าน "วราวุธ" ชี้ ระวังตกม้าตาย หวั่น เสียงบเปล่า
10 ตุลาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธาน คณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญ กล่าวถึงเหตุผลที่สำนักงานกฤษฎีกามีความเห็นไม่ให้ สส. เป็นคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติว่า เรื่องดังกล่าวมีความเห็นที่แตกต่างและมีการท้วงติงเข้ามา โดยฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่า เอาสส. มาก็ไม่ต่างกับการตั้งวิปรัฐบาล และถือเป็นเรื่องทางวิชาการและสอบถามความเห็น จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยกฤษฎีกาให้ความเห็นเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากกฎหมายตีความได้หลายแบบ จึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้ สส. มาร่วมคณะกรรมการดังกล่าว ดังนั้นจึงตัดออกเพื่อไม่ให้กระบวนการช้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า กฤษฎีกาตีความว่าฝ่ายบริหารจะไปแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เขาพูดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อไม่ให้ติดขัดในความเห็นที่แตกต่าง จึงตัดชื่อออก ซึ่งไม่มีปัญหา แต่ทําเพื่อให้กระบวนการเร็วขึ้นและปราศจากข้อสงสัย
เมื่อถามว่า สาเหตุดังกล่าว เป็นข้อผิดพลาดเพราะฝ่ายรัฐบาล ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาดูเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ไม่ใช่ข้อผิดพลาด เพราะรองเลขาธิการกฤษฎีกา ก็อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ แต่เรื่องนี้เป็นความเห็นที่แตกต่าง ซึ่งในทางกฎหมายเห็นต่างกันได้อยู่เสมอ
เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่า คณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคเพื่อไทย ทําให้สามารถคุมได้และจะส่งผลให้รัฐธรรมนูญออกมาไม่ชอบธรรม นายภูมิธรรม กล่าวว่า มองในแง่ร้ายเกินไป ต้องให้ให้เกียรติคณะกรรมการที่มาด้วย เพราะที่เชิญมาก็เป็นบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, อดีตรองอัยการสูงสุด, นักวิชาการที่มีชื่อเสียง ที่บอกว่าพรรคเพื่อไทยคุมได้ก็ไม่เป็นความจริง เพราะทุกคนได้รับการยอมรับจากสังคม และเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน ทุกคนมีเกียรติยศมากพอที่จะไม่เอาสิ่งเหล่านี้ไปสร้างปัญหา เพื่อเสื่อมเสียเกียรติยศและชื่อเสียงของตัวเอง
ส่วนการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญ นัดแรกในวันนี้ เวลา 13.30 น. จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับกรอบและไทม์ไลน์ของการทำงานที่จะชัดเจนขึ้นว่าจะใช้เวลาเท่าไร นอกจากนี้ยังมีหลายเรื่องที่จะพูดคุยกัน เช่น จะแก้ทั้งฉบับ แต่ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 จะถือเป็นการแก้ทั้งฉบับหรือแก้ไขรายมาตรา แต่หากเป็นการแก้ไขรายมาตรา อาจจะต้องมีการยื่นแก้ไขมาตรา 256 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกัน
ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ได้มีการหารือกันและมีการพูดคุยกับ นายนิกร จำนงค์ โฆษกและหนึ่งในคณะกรรมการแก้ไขรธน. ซึ่งหาดูแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสมัยพรรคชาติไทยพัฒนา จนเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญปี 40 ว่าได้ดำเนินการอย่างไร การทำประชามติจะเป็นอย่างไร ทำกี่ครั้งและที่สำคัญคือ ต้องการทำให้เร็วที่สุด และต้องประสบความสำเร็จ เพราะถ้าทำเร็ว ทำประหยัด ท้ายที่สุดแล้วไปตกม้าตาย ตามกฎหมายและตามกระบวนการที่ต้องทำตามกฎหมาย และกระบวนการขั้นตอนจะเร็วจะประหยัดอย่างไร ก็ถือเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่หากจะต้องทำตามขั้นตอน แม้จะต้องใช้เงินงบประมาณก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น อย่าให้เป็น “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย”