เนชั่นทีวี

การเมือง

ต้อนรับ 15 แรงงานไทยจากอิสราเอล กลุ่มแรก เดินทางกลับสู่มาตุภูมิ

12 ต.ค. 2566

ต้อนรับ 15 แรงงานไทยจากอิสราเอล กลุ่มแรก เดินทางกลับสู่มาตุภูมิ

บิ๊กเนมแต่ละกระทรวง ต้อนรับ 15 แรงงาน กลับถึงไทยแล้ว หลังได้รับผลกระทบสงคราม"อิสราเอล-ฮามาส" ด้าน "รมว.กลาโหม" เผย แผนสำรองอาจเอาคนไทยไปไว้ประเทศที่สาม ก่อนไปรับกลับ ขณะ "รมว.แรงงาน" ยัน ทางการอิสราเอล จะเยียวยาเงินให้ครอบครัวแรงงานที่เสียชีวิตเต็มที่

12 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันนี้ที่แรงงานคนไทยกลุ่มแรก เดินทางกลับจากอิสราเอล หลังรัฐบาลไทยให้การช่วยเหลือ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานได้พาครอบครัวและญาติ ๆ ของ 15 แรงงานไทย มารอที่สนามบินสุวรรณภูมิ

จากนั้น เวลาประมาณ 11.15 น. เครื่องบินสายการบิน ELAL (แอลอัล) เที่ยวบินที่ LY083 ที่พาคนไทยออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรียน กรุงเทลอาวีฟ มาถึงสุวรรณภูมิในเวลาประมาณ 11.15 น. โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่ากรกระทรวงแรงงาน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุข ไปรอรับ

โดยคนแรกที่เดินออกมาคือ นายสมมา แซ่จ๊ะ ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้าย ตามด้วยนายกรัชกร พุทธสอน ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ขา ต้องนั่งวีลแชร์ออกมา และตามด้วยแรงงานคนอื่น ๆ 
ต้อนรับ 15 แรงงานไทยจากอิสราเอล กลุ่มแรก เดินทางกลับสู่มาตุภูมิ

จากนั้น นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันนี้รู้สึกยินดีที่มีแรงงานไทยเดินทางกลับมาประเทศไทยอย่างปลอดภัย ส่วนคนที่ยังอยู่ในอิสราเอล รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ จะพยายามช่วยเหลือให้เดินทางกลับมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ ขอเดินทางกลับแล้ว 5,990 คน ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

โดยทราบว่าสถานการณ์ในอิสราเอลตอนนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสงบแล้ว แต่ประชาชนก็จะได้รับความปลอดภัย ได้รับความคุ้มครองที่ดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะเร่งดำเนินการพาประชาชนกลับมาโดยเร็วที่สุด

ส่วนการเคลื่อนย้ายร่างของแรงงานไทยที่เสียชีวิตกลับประเทศไทยนั้น ตอนนี้ได้ให้เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลติดตามอยู่ โดยรัฐบาลจะเร่งนำร่างกลับมาให้ญาติทำพิธีโดยเร็ว โดยตอนนี้ทราบข้อมูลจากแรงงานในอิสราเอลว่า ทางการอิสราเอลจะนำร่างของแรงงานทุกสัญชาติที่ไม่ใช่อิสราเอล ไปรวมกันไว้ในห้องเย็น ยังไม่มีการเคลื่อนย้าย เพราะต้องรอการพิสูจน์ตัวด้วยดีเอ็นเอ เพราะวันเกิดเหตุไม่มีใครพกพาสปอร์ตติดตัว
ต้อนรับ 15 แรงงานไทยจากอิสราเอล กลุ่มแรก เดินทางกลับสู่มาตุภูมิ

ด้าน นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยที่เดินทางไปทำงานอิสราเอลนั้น รัฐบาลถือว่าเป็นการไปทำงานเพื่อสร้างรายได้ให้กับบ้านเมือง นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต หากผู้ใดที่ได้รับความเจ็บป่วย ได้เตรียมโรงพยาบาลในเครือกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันบำราศนราดูร ไว้ดูแล จึงขอให้แรงงานสบายใจได้

ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีแรงงานที่แจ้งความประสงค์อยากจะเดินทางกลับประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเที่ยวบินที่จะเดินทางไปรับ รวมถึงเครื่องบินของกองทัพอากาศ อาจจะดำเนินการพากลับมาได้ไม่ทันความต้องการ ดังนั้น นอกเหนือจากการเช่าเครื่องบินพาณิชย์เหมาลำแล้ว ทางกองทัพและกต. จึงได้ข้อสรุปว่าจะมีแผนสำรอง คือ ใช้เครื่องบินกองทัพอากาศบินไปพาคนไทยออกจากอิสราเอลที่อยู่ในจุดเสี่ยง มาไว้ที่ประเทศใกล้เคียงก่อน ซึ่งอาจจะเป็นประเทศดูไบ เมื่อพ้นอันตราย ค่อยทยอยพากลับประเทศไทย ซึ่งแผนนี้จะสามารถเริ่มดำเนินการได้เลย ก็จะสามารถพาคนไทยออกจากอิสราเอลได้รวดเร็วกว่าการบินยาวรวดเดียว

โดยนายปานปรีย์ กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า สำหรับการเคลื่อนย้ายแรงงานไทยกลับประเทศไทยนั้น ที่ผ่านมาพบอุปสรรคปัญหาเยอะมาก โดยการอาศัยเครื่องบินของอิสราเอล ก็ไม่สามารถที่จะได้ที่นั่งเต็มลำได้ โดยจำนวนคนที่พากลับมาได้แล้วตอนนี้ เมื่อเทียบกับคนที่แจ้งอยากกลับยังถือว่าน้อย จึงจะต้องวางแผนว่าทำอย่างไรจึงจะพาคนไทยกลับออกมาได้เร็วที่สุด ซึ่งก็คือการพาไปพักที่ประเทศที่ 3 ก่อน ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้กระทรวงการต่างประเทศ จะมีการประชุมหารือในเรื่องนี้ให้ได้ข้อสรุปว่าสามารถพาไปพักที่ประเทศไหนได้บ้าง
ต้อนรับ 15 แรงงานไทยจากอิสราเอล กลุ่มแรก เดินทางกลับสู่มาตุภูมิ
ส่วน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เปิดเผยถึงเรื่องการเยียวยาแรงงานที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บว่า แรงงานที่ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับเงินเยียวยา 15,000 บาท ส่วนแรงงานที่เสียชีวิต กระทรวงแรงงานจะมอบเงินเยียวยา 40,000 บาท และค่าทำศพอีก 40,000 บาท

ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลจะดูแลครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิต โดยจะให้แก่ภรรยาผู้ตายเป็นรายเดือน เดือนละ 35,000 บาท ไปจนกว่าจะมีการสมรสใหม่ และจะให้บุตรเดือนละ 12,000 บาท ไปจนกว่าจะอายุครบ 18 ปี ส่วนแรงงานที่ไม่มีภรรยาและบุตร จะดูแลพ่อแม่ไปตลอดชีวิต

ส่วนแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บนั้น รัฐบาลอิสราเอลจะดูแล โดยหากได้รับบาดเจ็บ 10-19% จะเยียวยาด้วยเงินประมาณ 1,440,000 บาท จำนวน 1 ครั้ง แต่หากได้รับบาดเจ็บเกินกว่า 20% ขึ้นไป รัฐบาลอิสราเอลจะให้การดูแลตลอดชีวิต โดยคิดเปอร์เซ็นต์สัดส่วนจากค่าแรงที่ได้รับในอิสราเอล
ต้อนรับ 15 แรงงานไทยจากอิสราเอล กลุ่มแรก เดินทางกลับสู่มาตุภูมิ
ส่วนแรงงานที่เดินทางกลับมาแล้วแต่สัญญาจ้างยังเหลืออยู่ หลังสถานการณ์สงบก็จะพยายามประสานกับนายจ้างอิสราเอล เพื่อให้ได้กลับไปทำงานต่อ โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือหากต้องจ่ายค่าเดินทางเพิ่ม กระทรวงแรงงานก็จะพยายามหากองทุนมาช่วยเหลือ โดยอาจต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพราะถือว่าแรงงานเหล่านี้ไปทำงานสร้างรายได้ให้กับประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัชกร พุทธสอน หนึ่งในแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่หัวเข่า บอกว่า รู้สึกดีใจมากที่ทุกหน่วยงานได้ช่วยเหลือให้ได้เดินทางกลับประเทศไทย โดยวันที่เกิดเหตุ ตอนเช้ามีการสู้รบกันอย่างรุนแรง นายจ้างจึงพาไปหลบภัยที่บ้านของนายจ้าง แต่พอตอนเที่ยงนายจ้างบอกว่าสถานการณ์สงบแล้ว จะพากลับไปที่พักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและกินข้าว

แต่ระหว่างทางที่นั่งรถกลับไปนั้น ตนเองนั่งอยู่ท้ายรถและได้ยินเสียงปืน พอหันไปดู ก็ถูกยิงเข้าที่หัวเข่าแล้ว ซึ่งตอนแรกที่โดนยังคิดว่าเป็นก้อนหินกระเด็นใส่ แต่พอก้มมองก็เห็นว่าเข่าเป็นแผลทะลุ จึงบอกให้นายจ้างพาหนี แต่ก็ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บกันทั้งหมด 4 คน ซึ่งตอนนั้นคิดว่าไม่น่าจะมีชีวิตรอดแล้ว เพราะมันรุนแรงมาก ถูกยิงรัว ๆ ไม่ได้ยิงทีละนัด แต่ยิงเป็นชุดกระหน่ำ จนนายจ้างขับรถหนีไปถึงในหมู่บ้าน ก็มีญาติพี่น้องของนายจ้างมาช่วยโทรเรียกรถกู้ภัยมาช่วยเหลือ