เนชั่นทีวี

การเมือง

"กมธ.แรงงาน" หารือ "กระทรวงแรงงาน" ติดตามการช่วยเหลือ แรงงานไทยในอิสราเอล

10 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

"กมธ.แรงงาน" หารือ "กระทรวงแรงงาน" ติดตามการช่วยเหลือ แรงงานไทยในอิสราเอล

"กมธ.แรงงาน" สภาฯ เข้าหารือ "กระทรวงแรงงาน" ติดตามการช่วยเหลือ "แรงงานไทย" ใน "อิสราเอล" เผย เตรียมลงพื้นที่ จ.อุดรฯ ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ด้าน "ปลัดแรงงาน" เผยเงินเยียวยาทั้งจากฝั่งไทยและอิสราเอล ย้ำ เจรจาเต็มที่กรณีต้องการกลับไปทำงานใหม่

10 ตุลาคม 2566 คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นประธานคณะกรรมาธิการ เข้าพบ นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กระทรวงแรงงาน เพื่อหารือประเด็นแรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล 

ภายหลังการประชุม นายสฤษฏ์พงษ์ เปิดเผยว่า ได้ประสานกระทรวงแรงงาน เพื่อรับฟังนโยบาย ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับแรงงานไทย ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์ความไม่สงบที่อิสราเอล  ถือว่าเป็นประเด็นเกี่ยวข้องโดยตรงของ กมธ.แรงงาน ซึ่งมีทั้งแรงงานที่ไปทำงานแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เมื่อฟังรายงานแล้วพบว่า ก.แรงงาน ได้ดำเนินการอย่างดี ในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการเตรียมการให้เดินทางกลับไทย

อย่างไรก็ตามเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น และต้องระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหว ซึ่งเราหวังว่าเหตุการณ์จะยุติและสงบลงโดยเร็ว พร้อมย้ำว่า กมธ. แรงงาน มีความเป็นห่วงว่า ทุกคนจะมีความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งได้รับผลโดยตรงคือ ผู้ที่ไปใช้แรงงานในอิสราเอล รวมถึงเป็นห่วงครอบครัวที่อยู่ในประเทศ เพราะบางส่วนติดต่อได้ บางส่วนติดต่อไม่ได้ 

ปลัดแรงงาน ร่วมแถลงกับกมธ.แรงงาน

ขณะเดียวกันยังกังวลว่า หากแรงงานเดินทางกลับมาแล้ว จะมีการดูแลอย่างไร รวมถึงในกรณีที่อยากกลับไปทำงานที่เดิมหรือกรณีที่ต้องหาทำงานที่อื่นให้ รวมถึงด้านเงินชดเชยต่างๆ

นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวต่อ กมธ. แรงงาน ได้เตรียมการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเข้าไปให้กำลังใจและติดต่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งประสานกระทรวงการต่างประเทศว่า มีครอบครัวผู้เสียชีวิตอยู่ที่จังหวัดใดบ้าง เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือต่อไป

ด้าน ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือแรงงาน ที่ถูกทำร้าย ได้รับบาดเจ็บ และจับเป็นตัวประกัน ขณะนี้ได้มีการวอร์รูม 24 ชั่วโมง ที่คอยติดตามสถานการณ์และรายงานข้อมูลทั้งหมด รวมถึงให้ข้อมูลกับครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบและแจ้งข่าวสารให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ

สำหรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยจะมีเงินประกันชีวิตจากอิสราเอล ที่ช่วยเหลือแรงงานจากภัยสงคราม เช่น ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ได้รับการรับรองจากทางการอิสราเอล จะมีเงินเยียวยาประมาณ 1,500,000 บาท หรือหากกรณีกรณีบาดเจ็บรุนแรงก็จะดูแลจนกว่าแรงงานจะหายจากอาการบาดเจ็บ

ส่วนฝั่งไทย หากแรงงานสมัครเป็นสมาชิกกองทุนช่วยเหลือแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศ กรณีบาดเจ็บจะมีเงินช่วยเหลือรายละ 15,000 บาท กรณีทุพพลภาพ รายละ 30,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าทำศพกรณีเสียชีวิตรายละ 40,000 บาท  ซึ่งตนมองว่าเงินกองทุนในส่วนนี้ เป็นระเบียบเดิมที่มีมาหลายปี อาจอาจจะมีการเสนอเพื่อปรับวงเงินช่วยเหลือให้มากขึ้น ให้เหมาะสมกับความบาดเจ็บ และความเสี่ยงในการทำงาน

ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยอีกว่า ทางการทูตอิสราเอลมีการรายงานมาทุกวัน ซึ่งเมื่อคืนนี้(9 ต.ค.) ได้รับทราบข่าวดีว่า นายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เดินทางไปยังแคมป์คนงานพบว่า แรงงานไทยจำนวน 249 คนยังมีความปลอดภัยดี บางส่วนอยากเดินทางกลับและบางส่วนไม่อยากกลับ เพราะกลัวว่ากลับไปจะไม่ได้งานทำ รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่าย โดยกระทรวงแรงงานจะพยายามอย่างเต็มที่ในเจรจากับอิสราเอล ในกรณีที่แรงงานหนีภัยสงครามแล้วกลับไปทำงาน โดยไม่ให้เสียค่าใช้จ่าย

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า แรงงานไทยในอิสราเอลที่ถูกช่วยเหลือออกมาแล้ว แต่กลับถูกขายแรงงานต่อนั้น กระทรวงแรงงานรายงานว่า ยังไม่ได้รับรายงานทราบเพียงข่าวในโซเชียล ขอรอการยืนยันก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้มีการเปิดน่านฟ้าแล้วทางการไทย จะส่งเครื่องบินไปรับแรงงานล็อตแรกในวันพรุ่งนี้(11 ต.ค.) 15 คน ทราบว่า มีผู้รายงานตัวอยากเดินทางกลับและรับเรื่องจำนวน 2,999 คน ซึ่งจะมีการเตรียมเครื่องบินไปรับเป็นรอบ ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงแรงงานจะเร่งประสานกระทรวงการต่างประเทศ และหากมีการเดินทางกลับในรอบอื่นจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์เดินทางกลับ ที่เป็นผู้ทำงานในเขตภาคใต้ ทางกระทรวงแรงงานจะพยายามประสานให้ไปทำใน พื้นที่ปลอดภัยหรือในภูมิภาคอื่น โดยเชื่อว่าขณะนี้ยังมีแรงงานที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอยู่ เนื่องจากยังมีการสู้รบ ก็ยืนยันว่าทางการไทยมีแผนเตรียมอพยพแรงงาน ที่จะเดินทางกลับประเทศและให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย

สำหรับแรงงานที่เดินทางกลับนั้น เข้าใจว่าอยากจะเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่ต้องมีขั้นตอนกระบวนการ รวมถึงเรื่องการทำเอกสารรับเงินการดูแล และจะมีการประสานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสภาพร่างกาย โดยจะมีการจัดเตรียมรถบัสไปส่ง แรงงานถึงภูมิลำเนาอีกด้วย

ข่าวล่าสุด