ขณะที่ นายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้ (7ต.ค.) ถือเป็นวันที่ 2 ในการลงพื้นที่ภาคอีสาน สำหรับทริปนี้เพื่อมาดูเรื่องปัญหาน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.ยโสธร ส่วน จ.ร้อยเอ็ด เมื่อก่อนก็ประสบปัญหาเดียวกัน แต่ดีใจกับสถานการณ์ที่ผ่านมา แต่เรื่องสำคัญ คือ ปัญหาปากท้อง ซึ่งภูมิภาคนี้ต้องพึ่งพาทางการเกษตรค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกข้าว ซึ่งรัฐบาลนี้มีนโยบายชัดเจน พร้อมจะมีการปรับเปิดตลาดใหม่ๆ ทำให้รายได้สุทธิต่อหัวสูงขึ้น
"รัฐบาลตระหนักดีว่าท่านมีภาระ ซึ่งมีการประกาศพักหนี้ทั้งต้นทั้งดอก 1 ปี ออกไปก่อน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมไปถึงมีการประกาศลดค่าไฟและค่าน้ำมันดีเซล ทำให้ประชาชนขณะนี้ลืมตาอ้าปากได้ มีขวัญและกำลังใจในการทำงานต่อไป" นายกฯ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่กัดกินสังคมไทยค่อนข้างมากไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว แต่ต้องชื่นชมสถานีตำรวจนี้ ยอมไม่ได้ที่จะให้ลูกหลานต้องเป็นทาสของยาเสพติด ที่นี่เป็นที่ที่หนึ่งที่ทำได้ดีมาก ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กล่าวไปแล้วว่า เราอาศัยชุมชนป้องกันปราบปรามอย่างครบวงจร โดยไม่ใช้ความรุนแรง ใช้ความแข็งแกร่งของครอบครัวเข้ามาช่วย ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ช่วยกันดูแล และบำบัดผู้เสพที่เป็นผู้ป่วย และคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่พี่น้องได้ และหวังว่าโมเดลนี้ จะถูกนำไปใช้ในตำบล อำเภอ อีกหลายๆอำเภอ เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามการจัดยาเสพติดอย่างบูรณาการต่อไป