เนชั่นทีวี

การเมือง

"นายกฯ" ลั่น ทำเต็มที่แล้วหรือยัง "น้ำท่วมอุบลฯ" หลังเป็นปัญหาหมักหมมมานาน

06 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

"นายกฯ" ลั่น ทำเต็มที่แล้วหรือยัง "น้ำท่วมอุบลฯ" หลังเป็นปัญหาหมักหมมมานาน

"นายกฯ" ลั่น ให้ความสำคัญปัญหา "น้ำท่วมอุบลฯ" หลังเป็นปัญหาหมักหมมมานาน ระบุ แม้เพิ่งเข้ามาทำงานไม่ถึงเดือน แต่จะเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ฉะหน่วยงานราชการกลางวงประชุม ให้กลับไปดูตนเองสักนิด ว่าทำเต็มที่แล้วหรือยัง ก่อนขอให้ พยายามคิดนอกกรอบ

6 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา​ ทวีสินนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายเกรียง กัลป์ตินันท์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายไชยา​ พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางมนพร​ เจริญศรี​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม,​ นายศุภศิษย์​ กอเจริญยศ​ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, นายสุรสีห์​ กิตติมณฑล​ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล​ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​และ พล.ท.อดุลย์​ บุญธรรมเจริญ​ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี​ 

โดยจุดแรกได้เดินทางไปยังศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานชลประทานที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังบรรยายสรุป ภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่

นายเศรษฐา​ กล่าวว่า เป็นที่ประจักษ์ว่า จังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่ข้างเคียง มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมแล้ว ท่วมอี​ก​ ท่วมต่อไป เป็นที่ทราบกันดีอยู่ตั้งแต่สมัยตนยังอยู่ภาคเอกชน​ ก็ทราบเรื่องน้ำท่วมที่อุบลราชธานีเยอะมาก จนกระทั่งเดินเข้าสู่การเมือง ตนตระหนักดีเสมอถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องการแก้ไขอย่างบูรณาการระยะยาว ตนมีความเข้าใจและมีความสนใจว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่สะสมหมักหมมมานาน​ ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น

นายก​ฯ กล่าวอีกว่า​ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีน้ำท่วมที่จังหวัดแพร่และสุโขทัย ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเวลาของการเยียวยา แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนจังหวัดอุบลราชธานียังท่วมไม่มากเหมือนปีที่แล้ว แต่สำนักนายกรัฐมนตรี​ก็มีข้อแนะนำมาหลายข้อว่า ในพื้นที่ภาคเหนือและสุโขทัยก็มีการจัดการไปแล้ว อยู่ในโหมดของการเยียวยาและป้องกันสำหรับปีหน้ามากกว่า​

ส่วนจังหวัดอุบลราชธานี​ ยังไม่ถึงเวลาที่วิกฤตจริงๆ​ ซึ่งหากเราไม่เตรียมอะไร​ไว้ก่อน​ ก็อาจจะเกิดวิกฤตน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี​ ไม่ใช่แค่เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ​ แต่เกี่ยวข้องกับทางเกษตรกรรมอย่างมหาศาล เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังเป็นอาทิตย์​ตามความเข้าใจของตน​ แต่เพื่อความปลอดภัยเป็นเรื่องใหญ่มาก

รัฐบาลตระหนักดีว่า จะเกิดขึ้นต่อไปอีกเรื่อยๆไม่ได้ แม้ว่าเพิ่งเข้ามาบริหารจัดการได้ไม่ถึงเดือน ได้เข้ามาทำกัน คงต้องเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า​ ซึ่งต้องยอมรับก่อนในวันนี้ ฝ่ายบริหารเองได้มีการลงพื้นที่กรมชลประทาน สั่งการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ซึ่งยังสามารถทำได้อีก ทำได้มากกว่าที่จะทำได้​ มากกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่​ เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน เวลาเราเหลือน้อย​ สำหรับฤดูนี้​ น้ำก็กำลังจะมา เราคิดว่าหากเราทำอะไรกันได้​ ก็อยากจะคุยอยากจะฟังแผน​ ท่านจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ไม่ให้ท่วมเท่าปีที่แล้ว

เหนือสิ่งอื่นใดเมื่อเกิดอุทกภัยเกิดขึ้นแล้ว​ เราก็พร้อมอยู่แล้ว​ เชื่อว่าทุกท่านพร้อม​ คงไม่ต้องสั่งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่​ พัฒนาระบบการเตือนภัย​ การกระจายข่าวสาร​ ตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างที่พัดไปกับน้ำ​ ตลอดจนความช่วยเหลือของประชาชน​  แต่นี่คือสถานการณ์หลังเกิดอุทกภัย

"ผมเชื่อและมีความหวังว่า ระหว่างนี้ก่อนที่จะถึงจุดๆนั้น ขอให้กลับไปดูตนเองสักนิด ว่าทำเต็มที่แล้วหรือยัง พยายามคิดนอกกรอบสักนิด เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ท่วม  หรือท่วมน้อยที่สุด  ท่วมแล้วระบายออกไปเร็วที่สุด ผมเชื่อว่าเวลายังพอมีอยู่บ้างสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในระยะหลัง เกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งนี่เป็นช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งผมคิดว่าช่วงที่แย่ที่สุดยังไม่มา ก็ยังมีการป้องกันได้อยู่ ถึงวิธีการระบายน้ำ ที่อาจจะต้องเสี่ยงสักนิด ต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้ เพราะไม่พิสูจน์ทราบได้แน่นอน แต่เราก็ต้องตัดสินใจ เพื่อจะทำอะไรบ้างไม่ให้มีอุทกภัยเกิดขึ้น​"

หลังจากนั้น นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 2 และหวังว่าคงไม่ต้องใช้การบริการจากท่าน

ต่อจากนั้นนายกฯและคณะจะเดินทางไปยังสถานีตรวจวัดระดับน้ำ​ (M7) บริเวณเชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย เพื่อมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ก่อนที่จะเดินทางไป ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพบกับประชาชน แก่งกระพือ ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯใช้รถยนต์ Toyota Alphard สีขาวหมายเลขทะเบียน​ กฉ 5454  อุบลราชธานี​

ข่าวล่าสุด