รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ตามกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีขั้นตอนที่มากพอสมควร โดยเฉพาะการจัดการออกเสียงประชามติอย่างน้อย 2-3 ครั้ง รวมถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ทำให้กระบวนการทั้งหมดต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี จึงจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นรูปเป็นร่าง และสามารถบังคับใช้ได้ ดังนั้นการกำหนดระยะเวลาของรัฐบาลเพื่อไทย ที่กำหนดไว้ 3-4 ปี ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากกระบวนการที่ต้องมี
รศ.ดร.ยุทธพร ยังแสดงความกังวลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในมาตรา 256 ยังคงเปิดโอกาส ให้สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. มีส่วนร่วมในการลงมติวาระที่ 1 และ 3 ซึ่งแม้สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน จะหมดวาระในช่วงกลางปีหน้า แต่สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ ก็ยังคงมีอำนาจดังกล่าวอยู่ด้วย รวมถึงปัญหาเสียงในพรรคร่วมรัฐบาลเองด้วย ที่บางพรรคการเมืองก็ได้แสดงจุดยืนมาแล้วว่าไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังคงมีอุปสรรค และมีโจทย์ที่ยากอยู่ เพราะแม้ผลการออกเสียงประชามติ ประชาชนจะสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ในการพิจารณาของรัฐสภา ก็อาจจะไม่ได้รับความเห็นชอบก็ได้ เพราะเนื่องจากผลการออกเสียงประชามติ ไม่ได้มีผลผูกพันตามกฎหมาย
ขณะที่ ความคืบหน้าการเตรียมการจัดการออกเสียงประชามตินั้น นายภูมิธรรม เวยชชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ยืนยันว่า หลังจากนี้ 1-2 สัปดาห์ จะมีการตั้งคณะกรรมการให้เสร็จสิ้น และกำหนดการประชุมนัดแรก เพื่อกำหนดขอบเขต และเป้าหมายการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เสร็จสิ้น ทันต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป