svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"เจ๊เจี๊ยบ" เหลืออดเกรียนคีย์บอร์ด ตัดต่อหน้าใส่ "กำนันนก" เมินหากโดนปลด

20 กันยายน 2566
833

"เจ๊เจี๊ยบ" ขอโทษสร้าง TOXIC บนโลกโซเชียล เหลืออดเกรียนคีย์บอร์ดตัดต่อหน้าใส่ "กำนันนก" จ่อดำเนินการตามกฎหมาย เมินหาก "หมออ๋อง" จะปลดพ้นที่ปรึกษารองประธานสภาฯ

20 กันยายน 2566 นางอมรัตน์ โชคปมิตรกุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ในฐานะที่ปรึกษานายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงถึงกรณีที่ตนเองเขียนข้อความลงบนเฟสบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้ผู้ใช้บัญชีเฟสบุ๊กหนึ่งที่ไม่ทราบตัวตนที่ชัดเจน เขียนข้อความกล่าหาตนเอง แต่ไม่มีใครสามารถเอาผิดได้ จนมีการบุกไปถึงสถานที่ทำงาน และบ้านพักส่วนตัว และผู้ใช้เฟสบุ๊กดังกล่าว ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบจริยธรรมของนางอมรัตน์ ว่า ตนเองต้อขออภัยที่ทำให้สังคมในโลกออนไลน์เป็นพิษ และพร้อมยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทั้งทางสังคม และกฎหมาย

แต่ยืนยันว่า ตนจะดำเนินการตามกฎหมายด้วยเช่นกัน เนื่องจากเหลือทนกับการถูกกระทำต่อเนื่องยาวนานในการใช้พื้นที่ในโลกออนไน์สร้างข่าวปลอม โจมตี ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น เป็นระยะเวลามากว่า 2-3 ปี รวมถึงการนำรูปตนเองไปตัดต่อใส่บนใบหน้าของ "กำนันนก" จนทำให้ถูกตีความมีความเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพล

โดยตนเองทนไม่ไหว จึงต้องปกป้องตนเอง และทราบเบาะแสว่า บุคคลดังกล่าวเป็นใคร จึงได้ติดต่อไปยังสถานประกอบการที่บุคคลรายนี้ทำงานอยู่ และสอบถามผู้จัดการทรัพยากรฝ่ายบุคคล พร้อมส่งพยานหลักฐานให้ ประกอบกับระหว่างเดินทางกลับบ้านของตนเองนั้น ก็เป็นทางผ่านของบริษัทดังกล่าว จึงได้เข้าไปพูดคุยกับผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และกรรมการบริหารของบริษัท

ซึ่งผู้บริหารองค์กร ยอมรับว่า บุคคลดังกล่าว เป็นพนักงานของบริษัทนี้จริง แต่พนักงานได้อ้างสิทธิการใช้พื้นที่ส่วนตัวในการสื่อสาร ผู้บริหารจึงตักเตือนว่า แม้จะเป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่มีการสร้างข่าวปลอมก็ไม่สมควรทำ จึงได้ออกหนังสือตักเตือน พร้อมให้พนักงานลงนามรับทราบ และติดทัณฑ์บน 1 ปี หรือ สุดท้ายหากบริษัทจะพิจารณาแล้วว่า การกระทำดังกล่าวไม่ผิด ตนเองก็ไม่ได้ค้างคาใจ

นางอมรัตน์ ยังมั่นใจว่า การติดตามหาบุคคลดังกล่าว ไม่ใช่การคุกคาม เพราะดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ถูกต้อง และเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวจะจบลงเท่านั้น พร้อมชี้แจงสาเหตุการโพสต์ข้อความดังกล่าวบนโลกออนไลน์ เพราะเชื่อว่า จะต้องใช้มาตรการทางสังคมกับบุคลที่ไม่มีตัวตน และสร้างสิ่งมีผลกระทบต่อสังคม จนถูกขยายผลสร้างความเสียหายต่อ ซึ่งหากเป็นคนอื่น คงไม่สามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้ แต่หากหลังจากนี้ ตนเองจะถูกดำเนินคดีโดยเฉพาะพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก็พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการตามกฎหมาย

ส่วนกรณีดังกล่าว อาจกระทบต่อนายปดิพัทธ์ ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นคณะทำงานของนายปดิพัทธ์หรือไม่นั้น นางอมรัตน์ ยอมรับว่า ไม่เป็นไร ซึ่งหากจะกระทบใด ๆ ตนเองก็พร้อมน้อมรับการพิจารณาของนายปดิพัทธ์ กับมาตรการตอบโต้ปกป้องของตนเอง ที่ทำไปอย่างมีสติ และมั่นใจว่าคุ้มค่า แต่ยืนยันพร้อมยอมรับ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็สามารถทำงานได้