นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าหมออ๋องต้องการให้พรรคก้าวไกลขับออกจากพรรคเพื่อจะรักษารองประธานสภาเอาไว้นั้น โดยหลักการมาตรฐานของพรรคก้าวไกลแล้ว ไม่ควรมีในสิ่งเหล่านี้ สิ่งสำคัญ เมื่อเพื่อไทยเป็นตัวร้ายในการหักหลังทางการเมืองขณะนี้ ดังนั้น เป้าหมายของก้าวไกลจึงต้องสู้เพื่อเป็นความหวังของประชาชน ซึ่งการมีเกียรติจึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าครอบครองตำแหน่งทางการเมือง
"เมื่อนายพิธา ตัดสินใจลาออก หมออ๋องจึงไม่ต้องรออะไรเลย อย่าไปสนใจรองประธานสภา หมออ๋องต้องลาออก หากใช้กลไกให้พรรคขับออกเพื่อรักษารองประธานสภาแล้ว จะเอาไปทำไม แต่สิ่งที่ต้องเอาและรักษาไว้ คือ ศักดิ์ศรีและสิทธิของนายพิธา ที่เป็นหัวหน้าพรรค และได้ลาออกหัวหน้า ดังนั้น ก้าวไกลจึงควรยึดมั่นความเป็นหนึ่งเดียวของพรรคเอาไว้"
นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนรองประธานสภา เป็นเพียงตำแหน่งการบริหารงานประชุมสภา แต่ผู้นำฝ่ายค้านเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศสูงและมีอนาคตทางการเมือง แล้วยังได้รับการเคารพจากประธานสภาในที่ประชุมด้วย โดย "นายชวน หลีกภัย" "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" และ "นายชลน่าน ศรีแก้ว" ล้วนเคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านมาแล้ว ดังนั้น การลาออกของนายพิธา จึงเท่ากับมีนัยว่า ได้ตัดสินใจให้พรรคเลือกในหนทางผู้นำฝ่ายค้านแล้ว
"ถ้าก้าวไกลต้องการตามรอยไม่มีเกียรติยศแบบเพื่อไทยแล้ว หมออ๋องก็เอารองประธานสภาไว้เลย แต่ถ้าลาออกเป็นการยึดมั่นต่อเกียรติยศของก้าวไกล ที่จะเป็นพรรคความหวังในอนาคต เพราะก้าวไกลไม่ได้มุ่งยึด เอาแต่ตำแหน่ง ซึ่งเท่ากับลดทอนตัวเองลงมาไร้เกียรติและเป็นตัวร้ายทางการเมืองอย่างเพื่อไทยหักหลังก้าวไกล"