"นายอุปกิต" กล่าวว่า ในส่วนคดีที่ตนถูกสอบสวน โดยคณะทำงานร่วมของอัยการสูงสุดกับตำรวจ ในคดีเกี่ยวพันกับการโอนเงินจากเมียนมา หรือคดี ทุนมินลัต นั้น ตนยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาเลย
เพียงแต่อัยการนัดไปรายงานตัว และตนไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์ ความคุ้มกันในการประชุมสภา แต่ขอเลื่อนไปประชุมสภาปกติ และเลื่อนมาแล้ว 4 ครั้ง ตนพร้อมที่จะต่อสู้คดีในศาล
"นายอุปกิต" กล่าวว่า การเดินทางมาศาลวันนี้เพื่อยืนยันการใช้สิทธิตามกฎหมาย ปกป้องชื่อเสียง เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 หลังการยุบสภา และอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นายรังสิมันต์ ได้แถลงข่าวและโพสต์ข้อความในสื่อโซเชียล กล่าวหาหมิ่นประมาทตนต่างๆนาๆ ทั้งที่ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ถือเป็นการกระทำผิดซ้ำ ตนจึงจำเป็นต้องฟ้องนายรังสิมันต์เป็นคดีที่ 2 ส่วนศาลจะพิจารณารับฟ้องหรือไม่ก็อยู่ที่กระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งในวันนี้นายรังสิมันต์ ไม่ได้เดินทางมา โดยแจ้งขอเลื่อนนัดอ้างว่า ทนายติดว่าความคดีอื่น โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องใหม่ไปเป็นวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566
“การอ้างความเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าสู่อำนาจการเมือง ไม่สนใจว่าจะทำลายใคร ซึ่งสำหรับผมคงไม่ยอมที่จะเป็นฝ่ายถูกกระทำ ขอพึ่งกระบวนการยุติธรรมในการต่อสู้ วันนี้ผมคิดว่า ประชาชนเข้าใจเบื้องหน้าเบื้องหลังของพรรคการเมืองพรรคนี้แล้ว” นายอุปกิต กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 นายอุปกิต ฟ้องนายรังสิตมันต์ ข้อหาหมิ่นประมาท โดยเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาทมาแล้วคดีหนึ่ง และศาลมีคำสั่งรับฟ้องไปเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา