เนชั่นทีวี

การเมือง

มอง"เศรษฐา-บิ๊กตู่"เจอกันแค่พิธีกรรมขอบคุณได้เสียงสว.หนุนเป็นนายกฯ

24 ส.ค. 2566 | chairat_pat

มอง"เศรษฐา-บิ๊กตู่"เจอกันแค่พิธีกรรมขอบคุณได้เสียงสว.หนุนเป็นนายกฯ

"ก้าวไกล" ผสานเสียงมอง "เศรษฐา" พบ "ประยุทธ์" เป็นเพียงพิธีกรรมขอบคุณ หลังจากได้เสียง สว. สนับสนุนในการโหวตนายกฯ ด้าน "ธีรัจชัย" ฝากตั้งรัฐบาลโดยเร็วและยึดปชช.เป็นหลัก ขณะที่ "ณัฐชา" ขอทุกฝ่ายจับตาตั้ง สสร. แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ สุดท้ายน่าไว้ใจหรือไม่

24 สิงหาคม 2566 "นายธีรัจชัย พันธุมาศ" สส.กรุงเทพ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า การที่ "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี เดินทางไปพบ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ส่วนตัวมองแบบไม่อยากจะมอง ว่าเป็นแค่พิธีกรรมทางการเมือง ซึ่งนายเศรษฐา ได้รับเลือกตั้งและได้เสียงสนับสนุนจากสว. มาขนาดนี้ เป็นการแสดงว่าการเมืองในทางลึก ได้มีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า ส่วนนี้จึงเป็นเพียงพิธีกรรมและปรากฏการณ์หลังจากนั้นมากกว่า ซึ่งไม่ได้มีสาระสำคัญ หรือนัยทางการเมือง ดังนั้น จึงเลี่ยงไม่ได้ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น ผลจากการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่มี สว. สนับสนุน และคงไม่มีอะไรซับซ้อน

"อยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ ขอให้ตั้งคณะรัฐมนตรีโดยยึดถือ ประชาชนอยู่ในสมการ และสิ่งใดที่สัญญากับประชาชนไว้ก็ขอให้ทำ และพระก้าวไกลจะเป็นฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง" นายธีรัจชัย กล่าว

ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยประกาศ จะแก้โดยให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มายกร่างใหม่นั้น นายธีรัจชัย กล่าวว่า โดยหลักแล้วจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องดูในรายละเอียดร่วมกันเพื่อปรับแก้ให้ประชาชนมีอำนาจสูงสุด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขัดขวางการพัฒนาประชาธิปไตย ส่วนจะแก้ไขได้แค่ไหน อยู่ที่การผลักดันดุลอำนาจของประเทศนี้ว่า จะผลักดันไปสู่ความเป็นจริงได้แค่ไหน ซึ่งในส่วนของพรรคก้าวไกลก็มีเสียงพออาจจะเสนอประกบ

ขณะที่ "นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์" สส.กรุงเทพ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวแบบเดียวกันว่า การส่งมอบอำนาจไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร แต่ครั้งนี้ถือเป็นอำนาจใหม่ที่ประชาชนยังเคลือบแคลงสงสัย เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ได้อำนาจ โดยยึดมาจาก "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย และได้ยึดครองอำนาจมานานกว่า 9 ปี ก่อนจะส่งมอบให้กับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง จึงยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยในหลายๆขั้นตอน 

ส่วนที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าการเข้าพบในครั้งนี้อาจเพื่อขอบคุณเสียงสนับสนุนจาก สว. สายพล.อ.ประยุทธ์ นั้น ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า พรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติก็จะต้องมีเรื่องของ สว. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงเช้าของวันที่ 22 ส.ค. ตนได้พูดคุยกับ สว. ที่รู้จักหลายคน ขณะนั้นยังไม่มีสัญญาณว่าจะโหวตให้นายเศรษฐา กระทั่งเวลา 11.00 น. สว.หลายคนยังคงอภิปรายในลักษณะที่ไม่เห็นชอบกับนายเศรษฐา จนสุดท้ายในเวลา 13.00 น. ถึงมีสัญญาณที่จะโหวตให้นายเศรษฐา ดังนั้น จึงมีความชัดเจนว่าในช่วงเวลาตั้งแต่ 11.00 - 13.00 น. จะต้องมีการเจรจานอกรอบอย่างแน่นอน 

เมื่อถามว่า การที่อ้างว่าพรรคขั้วตรงข้ามมาอยู่ในรัฐบาลเดียวกัน ถือเป็นนิมิตรใหม่ที่ดีนั้น นายณัฐชา มองว่า คำว่าสมานฉันท์ปรองดองเป็นความหมายที่ดี แต่ก็ต้องดูว่า เบื้องหลังความสมานฉันท์นั้น มีการกระทำอะไรบ้าง ที่ส่งผลต่อประชาชนเพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ

"ฉะนั้น จะต้องรู้ให้ได้ว่าเบื้องหลังการสมานฉันท์ปรองดองของคนที่ขัดแย้งกันมานานกว่า 10 ปี สุดท้ายมาจับมือกัน อ้างว่าเพื่อทลายความขัดแย้ง คงจะต้องมีข้อเจรจาที่ตกลงกันได้ แต่เรื่องอะไรนั้นคือสิ่งที่ประชาชนยังไม่ทราบ ยิ่งหน้าตาของรัฐมนตรี ทั้ง 35 คน ออกมาก็จะยิ่งมีความชัดเจนมากขึ้น ว่าภายใต้การเจรจาต่อรองจะมีเรื่องอะไรบ้าง และเป็นคำตอบให้กับประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้วางอยู่บนความไว้วางใจของประชาชนหรือไม่" นายณัฐชา กล่าว 

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เคยประกาศไว้ว่าจะตั้ง สสร. มาแก้ไขทั้งฉบับนั้น ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่เคยประกาศว่าจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่วาระแรก ก็เชื่อว่าจะทำได้อย่างแน่นอน ถ้ามีความตั้งใจ แต่จากนี้ก็ต้องดูความจริงใจด้วย ซึ่งดูได้จากที่มาของ สสร. 
 

ข่าวล่าสุด