ประการที่สาม ราคาที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องจ่ายคือ ความศรัทธา การจัดตั้งรัฐบาลแบบพิเศษ กำลังทำให้พวกเราสูญเสียต้นทุนทางสังคม ที่สำคัญคือ ความศรัทธาของประชาชน ความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน เป็นพื้นฐานสำคัญในระบอบประชาธิปไตย และเมื่อไรที่ประชาชนหมดศรัทธา ต่อระบบการเมืองหรือสถาบันทางการเมืองใดๆแล้ว ย่อมเป็นอันตราย
“ผมอยากจะฝากความหวังดีผ่านไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่า หัวใจของปัญหาความขัดแย้งในทางการเมืองในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาคือ การปะทะขัดแย้งกันระหว่างอำนาจของประชาชน ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง กับอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน” นายชัยธวัช กล่าว
นายชัยธวัช กล่าวต่อ จนถึงวันนี้เรายังหาทางออกจากการเมืองนี้ไม่ได้ เราเห็นว่าทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อนี้ ไม่ใช่การสลายขั้วความขัดแย้งอย่างผิวเผิน โดยการจัดตั้งรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้ว แต่ทางออกที่พวกเราต้องช่วยกันแสวงหาคือ ระบบการเมืองที่จะกลายเป็นฉันทามติใหม่ โดยวางอยู่บนหลักการพื้นฐานสำคัญที่ว่า อำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชน
“แล้วเมื่อไรที่เรายังสยบยอม หรือต่อลมหายใจ ให้กับระบบที่เราเรียกกันว่าประชาธิปไตย แต่ตอบไม่ได้ว่าประชาชนอยู่ไหน เราจะไม่มีวันสลายความขัดแย้งได้ ประชาชนจะสูญสิ้นความศรัทธาในที่สุด และส่งผลถึงความขัดแย้งรุนแรงในอนาคต” นายชัยธวัช กล่าว
ตนทราบดีว่าพี่น้องประชาชน กำลังผิดหวัง กำลังโกรธ หรือกำลังคับข้องใจกับการเมืองที่เกิดขึ้น แต่ตนอยากจะเรียนพี่น้องประชาชนผ่านประธานรัฐสภาว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา สะท้อนแล้วว่าสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
แต่มันยังเปลี่ยนไม่มากพอ ดังนั้นแม้ว่าท่านจะไม่พอใจ ผิดหวัง คับข้องใจ แต่ขอให้อย่าหันหลังให้การเมือง เราต้องช่วยกัน คนละไม้คนละมือ เข้ามาเปลี่ยนแปลงให้ได้ ทำให้การเมืองระบบประชาธิปไตยของเรา ให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ทำให้อำนาจสูงสุดในประเทศนี้เป็นของประชาชนจริงๆ