ต้องชนะให้ขาดกว่าเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้คิดว่าจะชนะขาดมากน้อยแค่ไหนนั้น นายพิธา กล่าวว่า จะต้องพยายามให้ขาดกว่าเดิม คงต้องจัดเต็ม จัดหนัก และตนคิดว่าผลการเลือกตั้งที่จะออกมาจะชนะอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องชนะเพื่อให้สะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชน 3 เดือนหลังจากเลือกตั้งทั่วประเทศ แล้วผลไม่ได้เป็นอย่างที่ประชาชนให้เจตจำนงมา ก็อยากจะทำตรงนี้ให้ดีมากเป็นพิเศษ ใส่ใจมากเป็นพิเศษ แก้ไขปัญหาประชาชนให้มากที่สุด และลงพื้นที่มาให้บ่อย เพื่อให้ตัวเลขที่ออกมาเห็นชัดว่า พี่น้องประชาชนทั่วประเทศส่งพลัง WiFi มาที่ระยอง อยากให้เป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ เพราะคนมาใช้สิทธิ์ที่ระยองเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั้งประเทศ และมั่นใจว่าคนระยองต้องการความเปลี่ยนแปลง เหมือนกับคนไทยทั้งประเทศเช่นเดียวกัน
ขอบคุณ "นครชัย"
เมื่อถามว่า กรณีของ นายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ลาออกไปแล้ว กระบวนการจากนี้เป็นอย่างไร นายพิธา ชี้แจงว่า คงต้องถามนายนครชัย แต่สิ่งที่พูดถึงได้ คือ ชื่นชมที่ตรงไปตรงมา เสียสละให้กับทางพรรคและจะไปสู้คดีอย่างที่ไม่มีตำแหน่งไม่มียศ ในฐานะคนธรรมดา ซึ่งทางพรรคจะสานต่อเจตนารมณ์ ของนายนครชัยอย่างเต็มที่ และพรรคของเราเป็นพรรคที่ให้โอกาสคน แม้จะมีข้อผิดพลาดในอดีตรับโทษไปแล้ว กลับตัวมาตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ก็ควรจะให้โอกาสคนในสังคมเช่นเดียวกัน นี่ถือเป็นจุดยืนของพรรคก้าวไกล ขอบคุณที่เสียสละ และยังทำงานให้พรรค ซึ่งถ้าเลือกนายพงศธร ก็ยังมีนายนครชัย ทำงานอยู่ เหมือนได้สส.เขต 2 คน เป็นโปรโมชันพิเศษ
พรรค 2 ลุงเพื่อไทยยังไม่ชัดเจน
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะดึง พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติรวมด้วย พรรคก้าวไกลติดขัดตรงไหนหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ก็คงมีคำว่าอาจจะอยู่ เพราะว่ายังรอฟังความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล มีการประชุมสส.ทุกวันอังคาร ในช่วง 1-2 วันหากมีความชัดเจนว่า ดึงพรรค 2 ลุงเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เราก็จะมีเนื้อหาชัดเจนในการประชุม เพื่อที่จะตัดสินใจทิศทางในการโหวตของเราเป็นอย่างไร แต่ที่ผ่านมาได้รับฟังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยมาโดยตรง ก็มีความคืบหน้าอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตรงนี้ยังไม่แน่นอน จะต้องรอความชัดเจน เพื่อขอมติของพรรค และจะมีอะไรออกมาเป็นขั้นตอนในการทำงานต่อไป
ย้ำ "มีลุงไม่มีเรา"
นายพิธา กล่าวต่อ ตนได้ประกาศจุดยืนตั้งแต่เวทีดีเบตแล้วว่า ก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งจุดยืนของพรรคก้าวไกลยังเหมือนเดิม “ถ้ามีลุงไม่มีเรา”
ไม่ชอบมาพากล
เมื่อถามว่า มองการจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ โดยการโหวตให้ก่อนแล้วมาร่วมรัฐบาลอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า ต้องถามพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำที่จัดตั้งรัฐบาล แต่เราเห็นความไม่ชอบมาพากล ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจน ขอรอสถานการณ์ให้นิ่งและเราจะตัดสินใจ อย่างรอบคอบแน่นอน ซึ่งไม่ว่าออกมารูปแบบไหนก็คงเป็นไปไม่ได้และจะยึดตามสัจจะที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้พรรคก้าวไกลมีความเป็นเอกภาพ ส่วนใหญ่จะทำตามมติของพรรค น้อยครั้งมากที่จะเปิดให้ฟรีโหวต ซึ่งพรรคนี้หัวหน้าพรรคไม่ใช่ทุกอย่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมติพรรค
รอความชัดเจนเสนอชื่อซ้ำได้หรือไม่
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ จะมีการเสนอชื่อ นายพิธา แข่งกับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทยในรอบนี้ นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่เห็นความชัดเจนต้องรอดูว่า ตกลงลักษณะของการนำเสนอเป็นอย่างไร มานั่งคิดว่าการโหวตเป็นอย่างไร และคิดว่าจะต้องเสนอชื่อแข่งหรือไม่ ซึ่งเมื่อยังไม่เห็นความชัดเจน สิ่งที่หัวหน้าพรรคหรือผู้นำจะทำได้ก็คือการรอความชัดเจน นิ่งเป็นค่อยๆดูสถานการณ์ที่ออกมา
ไม่ได้อยู่แค่ในโซเชียล
นายพิธา กล่าวอีกว่า สส. 150 คนออกไปรับฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่แค่ในโซเชียลมีเดียแน่นอน ไม่ใช่พรรคที่อยู่แค่โลกโซเชียลมีเดีย หรือโลกของคนรุ่นใหม่ เราลงพื้นที่ไปกินกาแฟในสภากาแฟ เดินเข้าหมู่บ้าน รับฟังปัญหาจากประชาชน และรับฟังอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่ทำโพลทางโซเชียล อย่างที่มีการกล่าวหา