เนชั่นทีวี

การเมือง

สว.เสียงแตก ยังไม่แน่ โหวต "เศรษฐา" นายกฯ หลัง "วันชัย" ปูดกว่า 90% หนุน

13 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

สว.เสียงแตก ยังไม่แน่ โหวต "เศรษฐา" นายกฯ  หลัง "วันชัย" ปูดกว่า 90% หนุน

สว.ยังเสียงแตก โหวต"เศรษฐา"นายกฯ หลัง "วันชัย" ระบุกว่า 90% หนุนแม้ไม่มี "พรรค 2 ลุง" ขณะที่ "เสรี-กิตติศักดิ์" ยังไม่ชัด รอดูของจริงวันโหวต ระบุ "ลุงไม่มีเพื่อไทยได้ แต่เพื่อไทยไม่มีลุงไม่ได้"

13 สิงหาคม 2566 ภายหลังจาก นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า วันอังคารที่ 22 สิงหาคม นี้ ที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตพิจารณารายชื่อบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งกรณีการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ในวันที่ 16 สิงหาคม 2566

พร้อมระบุด้วยว่า สว.90 % จะโหวตให้บุคคลที่พรรคการเมืองเสียงข้างมากเสนอชื่อมา แม้ไม่มีพรรครวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐร่ยวมรัฐบบาล ได้เป็นนายกฯแบบเต็มคาราเบล ไม่ต้องกังวล สว.จะไปขัดขวางการเลือกนายกฯ ส่วนที่ชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ถูกกล่าวหาปมคุณสมบัติที่มีปัญหาการเลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดินนั้น อาจมี สว.บางคนตั้งแง่เป็นประเด็นบ้าง แต่เวลาโหวตจะไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค (คลิกอ่านรายละเอียด)

วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา

ด้าน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณี นายวันชัย สอนศิริ สว.ระบุวันโหวตนายกรัฐมนตรีจะเป็นวันที่ 22 ส.ค.ว่า ยังไม่ชัดเจนจะเป็นวันใด อยู่ที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นผู้กำหนด ถ้าประธานรัฐสภาบรรจุวาระก่อนวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้อง เรื่องข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ในวันที่ 16 ส.ค.ก็อาจนัดโหวตนายกฯ วันที่ 17 หรือ 18 ส.ค.ได้

แต่ถ้าประธานรัฐสภาจะรอฟังความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน ก็อาจโหวตช่วงวันที่ 21 หรือ 22 ส.ค.แต่ก็ยังไม่แน่ เพราะช่วงวันที่ 21 - 22 ส.ค.เป็นวันจันทร์ - อังคาร ที่ปกติ สว.มีการประชุมวุฒิสภาอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องรอความชัดเจนจากประธานรัฐสภาจะบรรจุวาระโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันใด

เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา

นายเสรี กล่าวว่า ส่วนความชัดเจนการโหวตนายกฯ ที่นายวันชัย ระบุว่ามีเสียง สว.90 กว่าเปอร์เซ็นต์ พร้อมโหวตสนับสนุน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นั้น ยังไม่ชัดเจน สว.คงต้องดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจทั้งเรื่องคุณสมบัตินายกฯ และลักษณะต้องห้าม หรือกรณีนโยบายบริหารประเทศ เช่น แจกเงิน 10,000 บาท จะนำงบประมาณจากไหน กระทบการบริหารประเทศหรือไม่ และจะหารายได้เข้าประเทศอย่างไร สิ่งเหล่านี้ สว.อยากได้ยินจากปากนายเศรษฐาให้ชัดเจนในวันโหวตนายกฯ ถ้าให้คนอื่นชี้แจงแทนอาจไม่ชัด

ถ้านายเศรษฐา เห็นว่าการชี้แจงเป็นประโยชน์ต่อตัวเองควรมาด้วยตัวเอง ถ้าปล่อยให้คลุมเครือจะมีปัญหามาก ไม่รู้นายเศรษฐากลัวอะไรหรือไม่ จึงไม่กล้ามาชี้แจง ทั้งนี้ การเสนอชื่อนายเศรษฐา เป็นนายกฯ จะมีความชัดเจนเมื่อถึงวันโหวต ตามหลักการ เมื่อยังไม่ถึงเวลาก็มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ตลอด จะต้องดูพรรคการเมืองจะยืนยันชื่อนายเศรษฐาหรือไม่ เพราะเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอด เช่น เรื่องคุณสมบัติถ้าขัดรัฐธรรมนูญมีโอกาสถูกเปลี่ยนชื่อได้ ตอนนี้อาจไม่ปรากฏ แต่อาจปรากฏอีก 1 - 2 วัน

"ผมพูดตามหลักการ หมายถึงทุกคน ไม่ได้หมายถึงนายเศรษฐา ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ได้อคติกับใคร ของจริงให้รอดูวันโหวต เพราะยังไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นก่อนวันโหวตหรือไม่ เช่น ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลตกลงโควตา ครม.กันไม่ได้ แล้วถอนตัวก็เป็นตัวแปรได้ ดังนั้นทุกอย่างจะชัดเจนจริงๆ ต้องรอวันโหวต" นายเสรี กล่าว

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา

ขณะที่ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวกรณีเดียวกันว่า ขณะนี้วันโหวตนายกรัฐมนตรียังไม่ชัด จะเป็นวันใด ไม่รู้จะเป็นวันที่ 22 ส.ค.ตามที่ นายวันชัย สอนศิริ สว.ว่าไว้หรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดคือ เสียง สว.ที่จะหนุนนายเศรษฐา เป็นนายกฯ ไม่ได้มีมากมาย 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ตามที่นายวันชัยพูดแน่นอน ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทุกอย่างจะนิ่งต้องรอ 1 - 2 วัน ก่อนวันโหวตจริงว่า ชื่อนายเศรษฐาจะผ่านหรือไม่

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศยกเสียง ส.ส.40 คน ให้พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นนายกฯ แล้ว จะช่วยสร้างความมั่นใจให้พรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้นหรือไม่

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ สิ่งที่ใช่อาจไม่เห็น สิ่งที่พรรคพลังประชารัฐพูดเป็นสัญญาปากเปล่า ยังไม่แถลงข่าวจับมือเป็นรัฐบาลอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการส่งสัญญาณต่อรองอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ถ้าไม่ได้ตามที่เรียกร้อง พรรคเพื่อไทยก็เสียงไม่พอ เหมือนเป็นการบีบให้พรรคเพื่อไทย ต้องเดินหน้าหาลุงป้อมอย่างเดียว เพราะขณะนี้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถกลับไปหาพรรคก้าวไกลได้แล้ว

"คนถืออำนาจการต่อรองทั้งหมดขณะนี้อยู่ที่ 2 ลุง คือ ลุงป้อม กับ ลุงหนู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นคนกำหนด แค่ลุงหนูถอนตัวเพื่อไทยก็เจ๊ง หรือลุงป้อมไม่เข้าร่วมด้วย สว.ก็ไม่โหวตให้ ดังนั้น ลุงไม่มีเพื่อไทยได้ แต่เพื่อไทยไม่มีลุงไม่ได้ ทางของพรรคเพื่อไทยตีบมาก อาจไม่ได้อย่างที่หวัง เพราะอำนาจต่อรองน้อยกว่าฝั่ง 2 ลุง" นายกิตติศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด