‘วันชัย’ ชี้โหวตนายกฯ 22 ส.ค. ไร้อุปสรรค "สว." พร้อมถอดสลักหนามตำใจ
13 ส.ค. 2566 | darin_hor

"วันชัย" เชื่อการโหวตนายกฯ วันที่ 22 สิงหาคมนี้ ฉลุย! ไร้อุปสรรค สว.พร้อมถอดสลักแผลที่ถูกฝังออก เพื่อให้การโหวตนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ
การเมือง
13 ส.ค. 2566 | darin_hor

"วันชัย" เชื่อการโหวตนายกฯ วันที่ 22 สิงหาคมนี้ ฉลุย! ไร้อุปสรรค สว.พร้อมถอดสลักแผลที่ถูกฝังออก เพื่อให้การโหวตนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ
นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า วันอังคารที่ 22 สิงหาคม นี้ ที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตพิจารณารายชื่อบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งกรณีการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ในวันที่ 16 สิงหาคม 2566
โดยตามขั้นตอนแล้ว รัฐสภาจะต้องแจ้งวาระการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้า 3 วัน แต่เนื่องจากติดเงื่อนเวลาวันเสาร์-อาทิตย์ จึงมาลงตัววันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งมั่นใจว่าการโหวตนายกฯในวันดังกล่าว ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สลายขั้ว ก้าวข้ามความขัดแย้ง หลายพรรคการเมืองที่เป็นศัตรูคู่ขัดแย้งมาตลอด
แต่ครั้งนี้เป็นสถานการณ์พิเศษ ทำให้หลายพรรคการเมืองมารวมกันได้ จะเป็นรัฐบาล 300 กว่าเสียง เหลือแค่พรรคก้าวไกล กับบางพรรค ไปเป็นฝ่ายค้าน
นายวันชัย ยังกล่าวว่า สว.จะโหวตให้บุคคลที่พรรคการเมืองเสียงข้างมากเสนอชื่อมาได้เป็นนายกฯแบบเต็มคาราเบล ไม่ต้องกังวล ส.ว.จะไปขัดขวางการเลือกนายกฯ ส่วนที่ชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ถูกกล่าวหาปมคุณสมบัติที่มีปัญหาการเลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดินนั้น อาจมี สว.บางคนตั้งแง่เป็นประเด็นบ้าง แต่เวลาโหวตจะไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค
ที่ผ่านมา สว.มีหนามตำใจมาตั้งแต่การโหวตนายกฯรอบที่แล้ว ถูกประชาชนมองเป็นอุปสรรคตั้งรัฐบาล ดังนั้น การโหวตนายกฯรอบนี้ สว.ส่วนใหญ่อยากถอดสลักแผลที่ถูกฝังออก เพื่อให้การโหวตนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ
ทั้งนี้การที่ สว.จะโหวตสนับสนุนนายกฯรอบนี้ เกี่ยวกับกรณีข่าวพรรค พลังประชารัฐ และ รวมไทยสร้างชาติ จะมาร่วมตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า
"แม้ไม่มี 2 พรรคนี้ ก็ประเมินว่าจะมีเสียง สว.สนับสนุนเป็นร้อยอยู่แล้ว แต่การมีพรรค พลังประชารัฐ และ รวมไทยสร้างชาติ มาด้วยอาจเป็นความมั่นใจของคนที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอใช้คำว่า สว. 90 กว่าเปอร์เซนต์ จะโหวตสนับสนุนให้เต็มคาราเบล"
ส่วนการจับมือของพรรคเพื่อไทยกับพรรค 2 ลุง อาจทำให้เกิดความขัดแย้งของมวลชนปลุกคนลงถนนนั้น เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบ ช่วง 1-2 เดือนแรก อาจขลุกขลักจากความไม่พอใจของมวลชน แต่ครั้งนี้พรรคเพื่อไทย ยอมเสี่ยง เมื่อกล้าเสี่ยงก็ต้องทำให้ได้ ถ้าบริหารประเทศแก่งแย่งผลประโยชน์ให้ตัวเองก็เตรียมหายนะ
เมื่อกล้าเสี่ยงต้องทำงานทุ่มเทจริงจัง เอาผลงานเป็นตัวตั้ง ถ้าทำได้เรื่องจะบรรเทาเบาบางลง ประเมินแล้วโอกาสที่จะเกิดเหตุส่งไม้ต่อให้พรรคอันดับ 3 หรือส่งต่อให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตั้งรัฐาลนั้นยากมาก ผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองต่างๆ รู้ว่าสถานการณ์ขณะนี้ต้องใช้ใคร การตกลงเช่นนี้ เพราะรู้ถึงสถานการณ์บ้านเมือง หวยจึงออกให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เพราะเป็นพรรคอันดับ 2 และทำงานการเมืองมากกว่า 20 ปี มีกำลังคน มวลชน ประสบการณ์มากมาย 17 ปี คนยังเลือกพรรคเพื่อไทยมาตลอด ถ้าไม่ลุกมาสู้ด้วยตัวเองตอนนี้ พรรคตัวเองอาจถูกกลืนไปในที่สุด ถ้าไม่ใช้พรรคเพื่อไทยจะใช้พรรคใด