แต่การโหวตนายกฯต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภาที่ประกอบด้วย สส.และสว. รวม 748 คน (สส.ลาออก 1 คน, สว.ลาออก 1 คน) ทำให้ต้องได้เสียงสว.เพิ่มเพียง 60 เสียง เพื่อมีเสียงรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งหรือ 375 เสียง เพื่อผลักดันแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย
ในส่วนของเก้าอี้รัฐมนตรี ขณะนี้ยังไม่มีการหารือว่าในสัดส่วนของพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลจะได้คนละกี่เก้าอี้ เพราะต้องเอาตัวเลขของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดมาคำนวณ โดยจะนำจำนวน 315 เป็นตัวตั้งหารด้วยเก้าอี้รัฐมนตรี 35 เก้าอี้ ตก 9 เสียงต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี และจะมีความชัดเจนว่าพรรคไหนได้กระทรวงใดหลังเลือกนายกฯเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม สมการร่วมรัฐบาลล่าสุดนี้ ส่งผลให้พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเป็นธรรม พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และพรรคใหม่