สารพัดปัญหาไล่ล่า “เศรษฐา” ว่าที่นายกฯ คนที่ 30
13 ส.ค. 2566 | darin_hor

ย้อนดูไทม์ไลน์ การกลับมาปรากฎตัวของ "เศรษฐา" ส่งสัญญาว่าที่นายกฯ คนที่ 30 แต่ยังต้องรอลุ้น และนับถอยหลังว่าจะเป็น “คำตอบสุดท้าย” ได้จริงหรือไม่
การเมือง
13 ส.ค. 2566 | darin_hor

ย้อนดูไทม์ไลน์ การกลับมาปรากฎตัวของ "เศรษฐา" ส่งสัญญาว่าที่นายกฯ คนที่ 30 แต่ยังต้องรอลุ้น และนับถอยหลังว่าจะเป็น “คำตอบสุดท้าย” ได้จริงหรือไม่
จากการตรวจสอบล่าสุดถึงนาทีนี้ พรรคเพื่อไทยน่าจะเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ให้รัฐสภาโหวตเลือกเป็นนายกรัฐนตรี ในการประชุมรัฐสภา วันที่ 22 สิงหาคมที่จะถึงนี้
สัญญาณหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ นายเศรษฐา เริ่มหวนกลับมาปรากฏตัวต่อสื่อมากชึ้น ให้สัมภาษณ์มากขึ้น และวันนี้ก็ออกปฏิบัติภารกิจคนเดียว ไม่มีอุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร เคียงข้างเหมือนเคย โดยมีภาพของอุ๊งอิ๊งค์บินไปหาคุณพ่อทักษิณ ที่ต่างประเทศ
หากดูจากไทม์ไลน์ การปรากฏตัวต่อสื่อและการให้สัมภาษณ์ของนายเศรษฐา ถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตามที่ “เนชั่นออนไลน์” ได้รวบรวม
ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งคือ นายเศรษฐา ดูจะปรับท่าทีอ่อนลง จนถึง “อ่อนยวบ” อะไรที่เคยแข็งกร้าวตอนก่อนเลือกตั้ง วันนี้เหมือนยอมได้ทุกอย่าง แสดงว่าเตรียมพร้อมเป็นนายกฯเต็มที่
หลายคนอาจจะมองว่า นี่คือการปรับตัวสู่ตำแหน่งนายกฯ เพราะการเมืองต้องมีความยืดหยุ่นสูง ผ่อนหนักผ่อนเบา ผ่อนสั้นผ่อนยาว แต่ความยืดหยุ่น กับการ “กลืนน้ำลายตัวเอง” ก็มีแค่ “เส้นบางๆ คั่น” เท่านั้น แล้วแต่จะมองมุมไหน
และจุดเด่นนี้ ในเรื่องการการปรับตัว ก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนได้เหมือนกัน
เพราะถ้านายเศรษฐาได้รับการเสนอชื่อจริงให้รัฐสภาโหวตจริง จะโดนตั้งคำถามหลายเรื่อง และมีชนักติดหลังหลายเรื่อง
ซึ่งอย่าลืมว่า สว.ตัวตึง ประกาศกร้าว “แค่แก้ก็ไม่ยอม” อย่าว่าแต่จะยกเลิกเลย ฉะนั้นก็ต้องรอดูวันโหวต หากมีเปิดให้อภิปราย นายเศรษฐาจะตอบว่าอย่างไร แต่ปัญหาคือนายเศรษฐาไม่ได้เข้าสภา เพราะไม่ได้เป็น สส.
2. กลืนน้ำลายเรื่อง “ไม่เอาลุง”
เคยประกาศก่อนเลือกตั้งว่า ถ้ามีลุง ผมลาออก ฉะนั้นหลังจากนี้จะมีคนออกมาช่วยทวงกันเยอะแน่นอน เพราะล่าสุดถึงขั้นบอกว่าพร้อมพูดคุยกับลุง
3. ประเด็นที่ถูกนายชูวิทย์ ออกมาแฉ การประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อาจมีการซิกแซ็ก “เลี่ยงภาษี” และมีการใช้ลูกเล่นบางอย่าง ทำให้มีเม็ดเงินส่วนเกินไหลไปเข้ากระเป๋าใครหรือไม่ แต่เรื่องนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา
แต่ยิ่งไปกว่านั้น หากนายเศรษฐา ผ่านการโหวตเห็นชอบจากรัฐสภา และได้เป็นนายกฯจริงๆ ก็จะมีปัญหาตามมาว่า เป็นนายกฯได้ แต่บริหารได้หรือไม่ เพราะ
1.ไม่มีฐาน สส.เลย เรียกว่า “ขาลอย”
การเป็นนายกฯ ขาลอย ดูตัวอย่างง่ายๆ จาก “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขนาดมีกองทัพ และ “มือที่มองไม่เห็น” เป็นแบ็ก ยังถูกลูบคม มีร้อยเอกเดินเกมล้มกลางสภา โหวตคว่ำในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปี 64 การทำงานเป็นไปอย่างเหนื่อยยาก แม้แต่ สส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ก็ยังเคยรุมยำกลางสภามาแล้ว
2.เมื่อเพื่อไทยเป็นรัฐบาล คนเคาะตัวจริงคือ “คนแดนไกล” ยิ่งต่อไปได้กลับบ้าน จะกลายเป็น “คนแดนใกล้” ทุกเรื่องอาจจะยิ่งข้ามหัวคุณเศรษฐา แล้วตัวคุณเศรษฐาจะรับสภาพได้หรือไม่
3.พรรคก้าวไกลเองก็รอถอนแค้น อาจยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายเศรษฐา ในสมัยประชุมแรกเลย โดยเฉพาะเรื่องที่นายชูวิทย์ออกมาแฉ ซึ่งอ่อนไหวอย่างยิ่ง และคนไทยรับไม่ได้ จากข้อกล่าวหาทำธุรกิจแบบเลี่ยงภาษี และมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ในทางกลับกัน หากเสนอชื่อนายเศรษฐาในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ แล้ว โหวตไม่ผ่าน ต้องบอกว่ายุ่งแน่ เพราะ
1.พรรคเพื่อไทยจะกล้าเสนอ อุ๊งอิ๊งค์หรือไม่ เนื่องจากเสี่ยงถูกเชือดคาสภาอีกเช่นกัน
2.นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตอีกคนหนึ่ง มีความพร้อมจริงหรือเปล่า ทั้งปัญหาสุขภาพ และเคยออกแถลงการณ์ในนามพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2564 สนับสนุนให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ฉะนั้น “กูรูการเมือง” จึงเห็นตรงกันว่า อย่าเพิ่งรีบสรุปว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ นายเศรษฐา ให้รัฐสภาโหวตแน่ๆ ยิ่งวันโหวตถูกทอดยาวออกไปถึงวันที่ 22 สิงหาคม แปลว่าสัปดาห์หน้าอีกทั้งสัปดาห์ อาจมีอะไรเกิดขึ้นมาอีกก็ได้
หลังจากนี้ก็ต้องมาลุ้นนับถอยหลังว่า นายเศรษฐาจะเป็น “คำตอบสุดท้าย” ของตำแหน่งนายกฯคนที่ 30 หรือไม่