เนชั่นทีวี

การเมือง

รวมคนช้ำ "จัดตั้งรัฐบาล" เสียคน เสียใจ กลืนน้ำลาย กลืนเลือด

08 ส.ค. 2566 | thanita_boo

รวมคนช้ำ "จัดตั้งรัฐบาล" เสียคน เสียใจ กลืนน้ำลาย กลืนเลือด

ความยากลำบากในการจัดตั้งรัฐบาล นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง 14 พ.ค. จนวันนี้ยังไม่ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เสียที  ทำให้นักการเมืองดังหลายคนต้องเครียด นอนไม่หลับ และบางคนต้องเสียคน เสียเก้าอี้ ถูกวิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสีย ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน 

สาเหตุที่การเลือกนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างล่าช้า และมีความพลิกผันทางการเมืองมากมาย เพราะต้องเผชิญกับ “ค่ายกลทางการเมือง” ที่วางเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ 

สว. 250 คน ซึ่งกลายเป็น “พรรค สว.” เป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดในสภา และชี้เป็นชี้ตายได้ว่าใครควรเป็นนายกฯ และใครควรได้ตั้งรัฐบาล กลไกในรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ สว.มีอำนาจร่วมเลือกนายกฯได้ ในห้วงเวลา 5 ปีแรกหลังมีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ทำให้พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภา อาจไม่ได้เป็นนายกฯ และไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ได้ 

เงื่อนไขคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่เขียนไว้ละเอียดยิบ รวมถึงมาตรฐานจริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทำให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น และยากจะฝ่าไปได้ 

รวมคนช้ำ "จัดตั้งรัฐบาล" เสียคน เสียใจ กลืนน้ำลาย กลืนเลือด

 

“เนชั่นทีวี” รวบรวมความเห็นจากคนในสภา ทั้งฝั่งอดีต 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเดิม และฝั่ง 188 เสียง เพื่อให้ช่วยกันบอกว่า เกมกลในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ “คนการเมือง” คนไหนที่อยู่ในภาวะน่าสงสาร และน่าเห็นใจบ้าง โดยเริ่มจาก

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา "อ.วันนอร์" เพราะไม่ได้อยากนั่งเก้าอี้นี้ตั้งแต่แรก แต่ต้องนั่งเพื่อผ่าทางตันเกมแย่งเก้าอี้ประมุขนิติบัญญัติของพรรคอันดับ 1 กับ 2  แต่ไปๆ มาๆ ไม่ใช่การผ่าทางตัน แต่เหมือนอยู่ในเกมของเพื่อไทย เพราะ “อ.วันนอร์” ถูกมองว่าเป็นพรรคที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเพื่อไทย การที่ “อ.วันนอร์” มารับตำแหน่งประธานสภา ก็คือแผนเพื่อไทยหักก้าวไกลนั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้เอาคนในพรรคตัวเอง เช่น คุณสุชาติ ตันเจริญ มารับตำแหน่ง แต่ใช้ “คนกลาง” จากพรรคอันดับ 3 มารับตำแหน่ง เพียงแต่รู้ๆ กันอยู่ว่า “ไม่ใช่คนกลางจริงๆ” แต่เป็น “คนกลางใจของเพื่อไทย” ต่างหาก 

โดยช่วงแรก ก้าวไกลก็ต้องชื่นชม อ.วันนอร์ เพราะได้ อ.วันนอร์ ก็ยังดีกว่าได้คุณสุชาติ และยังหวังจะร่วมงานกันได้ในอนาคต ในการผลักดันกฎหมายตามที่หาเสียงไว้ เพราะในสภาชุดที่แล้ว ก้าวไกลทำงานตรวจสอบรัฐบาลอย่างใกล้ชิดและเข้าขากันมากกับแกนนำพรรคประชาชาติ โดยเฉพาะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค 

แต่สุดท้าย อ.วันนอร์ ก็ทำให้ก้าวไกลเจ็บแสบและผิดหวัง ทั้งเกมโหวต อาศัยมติที่ประชุมรัฐสภาให้การเสนอชื่อนายกฯ เป็นญัตติ ถ้าโหวตไม่ผ่านไปแล้ว เสนอชื่อซ้ำไม่ได้ เท่ากับ “ปิดสวิตช์ นายพิธา” ซึ่งก็คือการประชุมวันที่ 19 ก.ค. ทั้งๆ ที่ฝั่งก้าวไกลมองว่า อ.วันนอร์ ใช้อำนาจประธาน ชี้ขาดได้เลย ไม่จำเป็นต้องให้ที่ประชุมรัฐสภาโหวต

รวมคนช้ำ "จัดตั้งรัฐบาล" เสียคน เสียใจ กลืนน้ำลาย กลืนเลือด

ต่อมาในการประชุมรัฐสภาวันที่ 4 ส.ค. ก้าวไกลพยายามเสนอให้ทบทวนมติ 19 ก.ค. แต่ถูก อ.วันนอร์ เบรก และสั่งปิดประชุมไปเลย 

การสั่งปิดประชุมวันที่ 4 ส.ค. ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ “ปิดสวิตช์ สว.” ที่พรรคก้าวไกลเสนอ ไม่ได้เริ่มนับหนึ่งด้วย  แต่พรรคก้าวไกลถูกปิดสวิตช์ไปก่อนแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดมาหลังจากมติรัฐสภา 19 ก.ค. มีความพยายามจากพรรคก้าวไกลที่จะเสนอให้ทบทวนมติ เพื่อเสนอชื่อซ้ำ แต่ อ.วันนอร์ ให้สัมภาษณ์แนว “ตอกฝาโลง” ว่า เสนอชื่อนายพิธาไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งหลังวันที่ 4 ส.ค. บรรดาด้อมส้มและผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลจึงออกมาถล่ม อ.วันนอร์ บางคนถึงกับเรียกร้องให้ลาออก ส่วน อ.วันนอร์ เองก็คงอึดอัดไม่น้อย เพราะไม่ได้อยากทำหน้าที่ประธานรัฐสภามาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ บดขยี้พรรคภูมิใจไทยมาตลอด 4 ปีในสภาชุดที่แล้ว เป็นแกนหลักในการอภิปรายรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยในศึกซักฟอกแทบทุกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นที่ดินเขากระโดง ซึ่งกระทบตระกูลชิดชอบทั้งตระกูล ไม่ใช่แค่นายศักดิ์สยาม เรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม  เรื่องการคงไว้ซึ่งหุ้น หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ของนายศักดิ์สยาม ลามไปถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จหรือไม่  โดยทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลอย่างแนบแน่น ปัจจุบันนายศักดิ์สยาม ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็เพราะน้ำมือของพรรคประชาชาติกับก้าวไกล 

ที่สำคัญพรรคประชาชาติยังเป็นผู้นำในการคัดค้านนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย และเป็น สส.พรรคเดียวที่โหวตคัดค้านร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในวาระแรก แบบทั้งพรรค ไม่แตกแถวเลย และสุดท้ายกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ผ่านสภาชุดที่แล้ว ค้างเติ่งมาจนถึงปัจจุบัน กลายเป็น “หลุมดำ” ให้พรรคภูมิใจไทยถูกโจมตี นโยบายกัญชาไม่เสร็จสมบูรณ์ เสียคะแนนไปไม่น้อย 

พรรคประชาชาติกับภูมิใจไทย ขับเคี่ยวกันอย่างหนักในพื้นที่เลือกตั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพรรคประชาชาติชูนโยบายต้านกัญชา ถล่มภูมิใจไทยถูกเวที ขณะที่ฝั่งภูมิใจไทยก็เดินเกมทั้งบนดิน ใต้ดิน เพื่อไล่ถล่มพรรคประชาชาติ สุดท้ายประชาชาติได้ สส.เขตมา 7 ที่นั่งจาก 13 ที่นั่งชายแดนใต้ ส่วนภูมิใจไทยยังได้มา 1 ที่นั่ง ไม่สูญพันธุ์ 

"การตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ กลับดึงพรรคภูมิใจไทย “คู่แค้นข้ามวาระสภา” มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มีพรรคประชาชาติร่วมด้วยอย่างแน่นอน เพราะเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องมีประชาชาติ 9 เสียงร่วมด้วยแน่นอนอยู่แล้ว - เหตุผลโยงถึง อ.วันนอร์ด้วย"

ข่าวจากคนใกล้ชิด ซึ่งเป็นแกนนำ 8 พรรคร่วมฯเดิม เล่าว่า นายทวีเซ็งสุดขีด บ่นหนัก เครียดหนักทุกวัน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  สำหรับคุณหมอชลน่าน คงไม่ใช่แค่เสียใจ แต่หลายฝ่ายประเมินว่าอาจถึงขั้น “เสียคน - เสียความน่าเชื่อถือ” ไปเลย เพราะตามท้องเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล มีการแสดงท่าทีกลับไปกลับมาหลายอย่าง แต่ก็จำเป็นต้องทำในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะสรุปว่า หมอชลน่าน เป็น “หนังหน้าไฟ” ก็คงไม่ผิดนัก และต้องจำใจเดินลุยไฟยิ่งกว่า “นางสีดา” ในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ 

ภาพที่ทุกคนจำได้แม่นยำ โดยเฉพาะ “ด้อมส้ม” ก็คือ ภาพการทำสัญลักษณ์มือรูปหัวใจกับคุณพิธา พร้อมคำมั่นสัญญา “เราจะไม่ทิ้งกัน” แต่วันที่ 2 ส.ค. คุณหมอคือคนที่นำแถลง “สลัดก้าวไกล” เพื่อเดินหน้าตั้งรัฐบาลชุดใหม่ 

คุณหมอชลน่าน ในฐานะหัวหน้าพรรค ยังเป็นผู้นำในการสื่อสารว่าจะไม่จับมือกับ 2 ลุง มีการระบุชื่อไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ  แม้การเล่นลิ้นประเภท “ให้ลุงถอยไป แปลว่าสองพรรคนี้ไม่มีลุงแล้ว” มุขแบบนี้อาจเคยใช้ได้ในอดีต แต่ปัจจุบันยุคโซเชียลฯ ดิจิทัล ใช้ไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งใช้ยิ่งถูกด่า เพราะทุกคนรู้ทันกันหมด ต้องรอลุ้นว่าตั้งรัฐบาลสำเร็จ จะได้เก้าอี้ตอบแทนสมกับเครดิต ศักดิ์ศรี และทุกสิ่งทุกอย่างที่สูญเสียไปหรือไม่ 

รวมคนช้ำ "จัดตั้งรัฐบาล" เสียคน เสียใจ กลืนน้ำลาย กลืนเลือด

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  มีท่าทีเอนเอียง พร้อมจับมือกับก้าวไกล ในการจัดตั้งรัฐบาล สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะตำแหน่งที่มัดจำเอาไว้ ได้รับการยืนยันจาก “ผู้ใหญ่แดนไกล” ว่าได้แน่ ไม่พลังงาน ก็คมนาคม  โดยเฉพาะคมนาคม เก้าอี้เป้าหมายที่นายประเสริฐ อยากเข้าไปสะสางจัดการ เพราะที่ผ่านมารู้สึกงบถูกเทลงไปพื้นที่ทางการเมืองบางพื้นที่มากผิดสังเกต

นายประเสริฐ นำทัพเพื่อไทยสู้ศึกโคราช ถือว่าผลงานเข้าเป้า จับมือกับ “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตคนภูมิใจไทย เดินหน้าปฏิบัติการ “ภูมิใจไทยเป็นศูนย์” ปรากฏว่าผลการเลือกตั้งออกมา ภูมิใจไทยเหลือแค่ 1 เก้าอี้ในโคราช ส่วนเพื่อไทยครองแชมป์ แมัจะชนะไม่สมบูรณ์ 100% แต่ก็ถือว่าเข้าเป้า 

โดยหลังเลือกตั้งทุกอย่างเข้าทาง การันตีเก้าอี้ รมว.คมนาคม แต่พรรคภูมิใจไทยก็เข้ามาเสียบ ทั้งๆ ที่ช่วงรณรงค์หาเสียง มีการเปิดปฏิบัติการ “ไล่หนู ตีงูเห่า” สู้กับเกมดูดของภูมิใจไทย ปะทะกันเลือดเดือดในหลายพื้นที่ พอหลังเลือกตั้ง กลายเป็นว่าต้องไปง้อ ส่งเทียบเชิญภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาล 

แล้วภูมิใจไทยก็ไม่ใช่ธรรมดา เปิดหน้าไพ่มาแต่ละหน้า ต่อรองกระทรวงเกรด A โดยเฉพาะกระทรวงเดิมที่เคยนั่งในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทั้ง รมว.สาธารณสุข และ รมว.คมนาคม ซึ่งมีข่าวเป็นเก้าอี้ตีตราจอง ของหมอชลน่าน กับนายประเสริฐ

ข่าวว่าช่วงโค้งสุดท้ายก่อนแถลงกับภูมิใจไทย มีเสียงเคาะจากคนแดนไกล อาจเสียเก้าอี้คมนาคมให้พรรคที่เข้ามาใหม่ นายประเสริฐอาจต้องยอมกลืนเลือด

แม้เกมต่อรองจะยังไม่จบแค่วันนี้ เพราะยังพลิกผันได้ทุกเมื่อ และนายประเสริฐอาจได้เก้าอี้ที่วาดหวังกลับมา แต่โอกาสที่ต้องเสียสละเพื่อให้พรรคได้นายกฯ ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ดังนั้นนายประเสริฐ คงเครียดไม่น้อยทีเดียว และอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก น่าสงสารไม่แพ้คนการเมืองรายอื่นๆ

ข่าวล่าสุด