svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

ชื่นมื่น! "เพื่อไทย-ภูมิใจไทย" จูบปากตั้งต้นรัฐบาล 212 เสียง

07 สิงหาคม 2566
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

"เพื่อไทย-ภูมิใจไทย" ชื่นมื่น แถลงคืบหน้าจับมือตั้งรัฐบาล มั่นใจรวมเสียงสส.ได้เกินกึ่งหนึ่ง พร้อมเสนอแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทยในการประชุมรัฐสภาครั้งหน้า

7 สิงหาคม 2566 ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงความคืบหน้า จัดตั้งรัฐบาล ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคภูมิใจไทย 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยตอบรับคำเชิญจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากได้หารือครั้งแรก เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน โดยภูมิใจไทยยืนยันกับเพื่อไทย ไม่ขัดในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทย บนหลักการ 3 ประการ คือ ไม่แตะต้อง ม.112 ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากรัฐบาลเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยไม่มีก้าวไกลร่วมรัฐบาล วันนี้ได้รับทราบจากเพื่อไทยว่า แนวทาง 3 ประการ ภูมิใจไทยกับเพื่อไทยเห็นพ้องทิศทางเดีนว

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน โดยอุปสรรคน้อยที่สุด ภูมิใจไทยให้คำยืนยันเพื่อไทย ถ้าไม่มีพรรคอื่นมาหรือ ให้ถือว่ามี 212 เสียง ซึ่งขณะนี้เพื่อไทย 141 เสียง + 71 เสียงภูมิใจไทย เมื่อมีการเชิญพรรคอื่นๆ ให้ถือเป็นไปตามดุลยพินิจเพื่อไทย พูดคุย เพื่อมีความมั่นใจกับพรรคอื่นๆ ด้วย 

“ขณะนี้ได้รับแจ้งจากเพื่อไทยว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ มี สส. เกินกึ่งหนึ่งแน่นอน ตามระบอบประชาธิปไตย และระบอบรัฐสภา แล้วก็ร่วมกันหาเสียงสนับสนุน จาก สส. และ สว. เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ เพื่อได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง เพื่อประโยชน์ประชาชนและประเทศ ส่วนการเสนอชื่อนายกฯ ภูมิใจไทยปฏิบัติตามข้อเสนอเพื่อไทย โดยนำเสนอผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เพื่อให้ผ่านคัดเลือกสมาชิกรัฐสภา ซึ่งได้ยืนยันกับเพื่อไทย”

ชื่นมื่น! "เพื่อไทย-ภูมิใจไทย" จูบปากตั้งต้นรัฐบาล  212 เสียง

ด้านนพ.ชลน่าน กล่าวว่า  ขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่รับคำเชิญของเพื่อไทย ร่วมแถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในนามเพื่อไทยต้องขอบคุณภูมิใจไทยที่ตอบรับคำเชิญที่จะร่วมแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เงื่อนไขข้อเสนอขงภูมิใจไทยทั้ง 3 ประการเพือ่ไทยเรารับได้ และต้องขอบคุณ 212 เสียง ของเพื่อไทยและภูมิใจไทยตั้งต้นจัดตั้งรัฐบาล ไม่มีคำว่า 188 

โดยคำแถลงการณ์ระหว่าง 2 พรรค คือ  เพื่อไทยและภูมิใจไทย ระบุว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้ว แต่เรายังคงต้องการเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ และเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว 
 
• รัฐบาลที่จะจัดตั้งขึ้นในครั้งนี้ แม้จะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้ว แต่เรายังต้องการการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เนื่องจากปัญหาของประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญอยู่นี้ มีความเดือดร้อนรุนแรง การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไรจะยิ่งแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น 

• เรามีความประสงค์จะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งในสังคม และวิกฤตรัฐธรรมนูญก่อตัวเป็นปัญหาของประเทศ และประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เราจึงต้องการเสียงสนับสนุนจากทุกพรรคการเมืองให้มาสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศ และประชาชนเป็นหลัก อาทิ เมื่อฝ่ายค้านเสนอกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม รัฐบาลพร้อมจะให้การสนับสนุน นอกจากนี้จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ 
 
พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เห็นว่าทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้ จึงกำหนดแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนี้ 
 
1. ยึดวาระของประเทศ และประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ และประชาธิปไตย นำความปรองดอง สมานฉันท์กลับคืนสู่ประเทศ
 
2. จะเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีในวาระแรก จะมีมติให้ทำประชามติขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการจัดตั้ง สสร.
 
3. ดำเนินงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ สิ่งใดที่เป็นประโยชน์จะร่วมกันผลักดันให้สำเร็จ สิ่งใดที่เป็นปัญหาจะต้องถูกตรวจสอบและเร่งแก้ไขให้ถูกต้อง

4. จัดตั้งรัฐบาลที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 
 
5. การจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้เปิดกว้างให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภามีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อผ่าทางตันระบบการเมืองของประเทศ และฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหาอยู่ในปัจจุบัน 
 

"หลังจากนี้ เราจะเดินหน้าทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนในสังคม รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เพื่อแสวงหาความร่วมมือ และกำหนดเจตนารมณ์ในการบริหารประเทศ จึงร้องขอการสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง ทุกฝ่าย ทุกคน มาร่วมกันกอบกู้วิกฤตของประเทศในครั้งนี้"
 

logoline