"วันนอร์" หวังดันราคายางพารา แก้ปัญหาประมงผ่านเวที AIPA
07 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

"วันนอร์" หวังดันราคายางพารา-แก้ปัญหาประมงผ่านเวที AIPA พร้อมหารือทวิภาคีร่วมมาเลย์ แก้ปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน
การเมือง
07 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

"วันนอร์" หวังดันราคายางพารา-แก้ปัญหาประมงผ่านเวที AIPA พร้อมหารือทวิภาคีร่วมมาเลย์ แก้ปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน
7 สิงหาคม 2566 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา และหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย นำคณะผู้แทนรัฐสภาไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน หรือ AIPA ครั้งที่ 44 ระหว่าง 5-11 สิงหาคม ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งสาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การรับรองระเบียบวาระ ที่จะมีการประชุมตกลงในเรื่องต่าง ๆ สำคัญหลายเรื่อง เพื่อแสดงถึงความร่วมมือกันของประเทศสมาชิกอาเซียน ทำให้รัฐสภาของอาเซียนเป็นหนึ่งเดียวกัน สามารถเดินไปด้วยกันได้
ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้พิจารณากำหนดวัน และสถานที่จัดการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 45 โดยเห็นชอบให้จัดประชุมในระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2567 ณ กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โดยนายวันมูหะมัดนอร์ ได้เข้าพบสนทนากับประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และรัฐมนตรีกระทรวงการค้าอินโดนีเซีย เพื่อเจราจาความร่วมมือการผลักดันราคายางพาราไทยให้สูงขึ้น เพราะยางพาราถือเป็นเศรษฐกิจที่สำคัญของทั้ง 2 ประเทศ โดยจะร่วมมือกันเพื่อทำให้เกษตรกรชาวสวนยางมีชีวิตที่ดีขึ้น อย่างเช่นในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา
รวมถึงการพบปะกับรัฐมนตรีประมงอินโดนีเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการแก้ปัญหาประมง ซึ่งเป็นอาชีพที่สำคัญของประเทศไทย และสาธารณรัฐอินโดนีเซียอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมพบปะหารือทวิภาคีกับ ตันสรี ดาโต๊ะโจฮารี บินอับดุล ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัฐสภาแห่งมาเลเซีย โดยได้หารือถึงอุตสาหกรรมธุรกิจอาหารไทย ที่มีอยู่จำนวนมากทั่วมาเลเซียน และมาเลเซียก็มีอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลส่งออกทั่วโลก รวมทั้งการท่องเที่ยว ที่ทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญ และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน กับประชาชน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ การอำนวยความสะดวกความปลอดภัย และความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวของประเทศทั้งสอง
อีกทั้งเรื่องยางพารา ที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศ มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และประเทศไทย ยังเป็นผู้ผลิตยางพาราอันดับหนึ่ง อินโดนีเซียอันดับสอง และมาเลเซียอันดับสาม จึงหวังว่าจะมีความร่วมมือกันแก้ปัญหา ให้ราคายางพาราสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางทั้งสามประเทศนั้นมีรายได้มากขึ้น
ขณะที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัฐสภาแห่งมาเลเซีย ยืนยันว่า มาเลเซียให้ความสำคัญ กับประมง และยางพารามาตลอด แต่ปัจจุบันพื้นที่การประมงและยางพาราของมาเลเซียลดลง เนื่องจากมีปาล์มน้ำมันเข้ามาแทนที่ เพราะให้รายได้ที่ดีกว่า ชาวสวนยางพารา จึงตัดต้นยางพารา และปลูกปาล์มน้ำมันแทน ซึ่งขณะนี้ มาเลเซียเอง ก็นำเข้าน้ำยางสดจากประเทศไทย
นอกจากนี้ยังได้หารือ ถึงประเด็นปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ตามแนวชายแดนจำนวนมหาศาล โดยมาเลเซีย เป็นทางผ่านส่งออกไปยุโรป ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และอันตรายอย่างยิ่ง จึงได้หารือว่า ทั้ง 2 ประเทศ ควรเพิ่มมาตรการต่าง ๆ เพื่อหยุดยั้งวงจรการผ่านแดนระหว่างสองประเทศให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
โดยนายวันมูหะมัดนอร์ ยืนยันว่า ปัญหายาเสพติด เป็นตรายต่อมนุษยชาติทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลได้ปราบปรามอย่างหนัก ยึดทรัพย์ และจับกุมผู้ค้ายาเสพติด และล้อมตะเข็บชายแดนไม่ให้มีการลักลอบนำเข้า และสกัดไม่ให้ออกประเทศ ซึ่งสามารถทำได้ผลระดับหนึ่ง และเชื่อว่า รัฐบาลใหม่ของไทย จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีหัวข้อเรื่องความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับภูมิภาคด้วย เชื่อว่า จะสามารถช่วยได้มากเช่นเดียวกับเรื่องการค้ามนุษย์ ที่จะต้องอาศัยร่วมมือในทุกระดับ ทั้งในรัฐบาล รัฐสภา และภาคประชาชน