ลำดับเหตุการณ์ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ล่มเป็นครั้งที่ 2 เกิดอะไรขึ้น!
06 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

เกิดอะไรขึ้นกับการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคใหม่ ที่ล่มเป็นครั้งที่ 2 ลำดับเหตุการณ์และสาเหตุ มาให้แล้ว
การเมือง
06 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

เกิดอะไรขึ้นกับการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคใหม่ ที่ล่มเป็นครั้งที่ 2 ลำดับเหตุการณ์และสาเหตุ มาให้แล้ว
6 สิงหาคม 2566 การประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 ของพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้( 6 ส.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ ซึ่งมีการนัดหมายสมาชิกให้มาร่วมประชุมตั้งแต่เวลา 08.30 น. แต่ปรากฏว่าสมาชิกเดินทางมาร่วมประชุมอย่างบางตา เริ่มคึกคักเมื่อใกล้เวลาเปิดประชุมเวลา 09.30 น.
โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุม อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค และอดีตหัวหน้าพรรคทั้ง 3 คน คือ นายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมทั้งแกนนำพรรค สส.อดีตสส.และสาขาพรรค ที่เป็นองค์ประชุม โดยแต่ละคนได้กล่าวทักทายและพูดคุยกันอย่างปกติ และยังเชื่อว่าการประชุมน่าจะดำเนินไปได้อย่างปกติ
แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงกำหนดเริ่มประชุม น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้มีองค์ประชุม 223 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม เพราะตามข้อบังคับพรรคจะต้องมีองค์ประชุม 250 คนขึ้นไป ดังนั้น ขอให้รอสมาชิกที่กำลังเดินทางมาร่วมประชุมก่อน
ทำให้นายเฉลิมชัย มีสีหน้าเคร่งเครียด และเดินเข้าออกห้องประชุมตลอดเวลา พร้อมแจ้งกับสื่อมวลชนว่า “อย่าไปไหน เพราะจะมีแถลงข่าวใหญ่เร็วๆนี้”
ต่อมาเวลา 10.36น. น.ต.สุธรรม ได้แจ้งต่อที่ ประชุมว่า เราได้รอสมาชิกมาเป็นเวลา 1 ชั่วโมงแล้ว แต่มีสมาชิกมาร่วมประชุม 223 คน จึงถือว่าไม่ครบองค์ประชุม จึงไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ จึงขออนุญาตนำเรื่องนี้ไปหารือกับรักษาการกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาวันเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อีกครั้ง ต้องขออภัยสมาชิกทุกท่านด้วย
จากนั้นสมาชิกส่วนหนึ่งได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ ขณะที่บางส่วนยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการประชุมล่มกันอย่างเคร่งเครียด
ขณะที่นายเฉลิมชัยและสส.21 คน จากทั้งหมด 25 คน ได้แถลงถึงสาเหตุการประชุมพรรคล่มเป็นครั้งที่ 2 (คลิกอ่านรายละเอียด) ว่า
การที่องค์ประชุมไม่ครบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ทั้ง 2 ครั้งนั้น ซึ่งครั้งแรก วันที่ 9 ก.ค. ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่เกิดจากพฤติกรรมของกลุ่มคนบางกลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์เอง ตนจึงอยากขอโทษสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น
“มีการให้องค์ประชุมออกจากห้องประชุม มีการให้องค์ประชุมไม่ลงชื่อในการประชุม มีการให้องค์ประชุมไปเที่ยวประเทศลาวไม่ต้องมาประชุม ซึ่งผมถือว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่เลวทรามมาก มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นสถาบันทางการเมือง ผมอยากจะฝากอีกครั้ง ให้ช่วยปลุกจิตสำนึกในพรรคประชาธิปัตย์
ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่าเขารู้ว่าเขาทำพฤติกรรมอะไรกันอยู่ ขอให้มีจิตสำนึกรักพรรคประชาธิปัตย์สักนิด ผมเชื่อว่าถ้าจิตสำนึกกลับคืนมา ประชาธิปัตย์จะเดินไปข้างหน้าได้ ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีระเบียบ ข้อบังคับ เราไม่สามารถทำอะไรโดยส่วนตัวได้ ประชาธิปัตย์มีกฎข้อบังคับ แต่วันนี้คนในพรรคมาฉีกข้อบังคับเสียเอง มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมคิดว่า จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสื่อมถอย”
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อ ตนในฐานะรักษาการเลขา และกรรมการบริหารพรรค รวมถึง สส. และสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมนี้ และนอกจากตนจะขอประณามพฤติกรรมของคนบางกลุ่มแล้ว ยังขอเรียกร้องไปยังทุกกลุ่มด้วยว่า หากมีจิตสำนึกเพียงพอ ก็จะต้องมาช่วยกันทำให้พรรคประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่มาเล่นเกมการเมือง เพื่อหวังตอบสนองความต้องการของใครบางคน ถ้าคิดว่าประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ ก็ต้องทำให้เหมือนที่พูด