ส่วนวิสัยทัศน์ดังกล่าว เป็นการสะท้อนว่า จะไม่ถอยในการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายนราพัฒน์ กล่าวว่า ตนเองใช้เวลาตัดสินใจระยะหนึ่ง ที่เสนอตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่มีผู้ใหญ่มาทาบทาม เสนอมุมมอง และแนวคิดหาบุคคลที่เป็นกลาง สามารถพูดคุยกับทุกฝ่ายได้ เพื่อให้พรรครวมกันเป็นหนึ่ง
ตนจึงเห็นว่า เป็นเหตุผลที่สอดคล้องกัน และในวันข้างหน้า หากได้รับโอกาสจากสมาชิกในการเป็นหัวหน้าพรรค ก็ยินดีที่จะมาเป็นคนขับเคลื่อนกฎ และร่างข้อบังคับ หรือกติกาให้มีความทันสมัยต่อโลก ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และข้อบังคับต่าง ๆ ในพรรค รวมถึงผนวกผู้อาวุโส กับคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน
นายนราพัฒน์ ยังยอมรับด้วยว่า ตนเองคิดว่า จะอยู่ในตำแหน่งประมาณ 1 ปีครึ่ง ไม่เกิน 2 ปี เพื่อคืนอำนาจให้สมาชิกได้พิจารณาอีกครั้ง เพราะในที่ประชุมได้พูดคุยกันว่า สัดส่วนคะแนน 70:30 นั้น ไม่เป็นธรรม จึงถือเป็นโอกาสที่สมาชิกจะได้มาพูดคุยกัน เพื่อให้กฎระเบียบกติกาเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และหากพรรคยังเป็นแบบนี้ ก็ถือว่า "แพ้ภัยตัวเอง""