"นายจตุพร" ยังได้กล่าวถึงเหตุผลลึกๆ ที่ทักษิณไม่กลับประเทศไทยวันที่ 10 สิงหาคมนั้น เพราะนายทักษิณไม่ประสงค์ติดคุกแม้แต่วันเดียว กรณีโทษจำคุกนายทักษิณที่กำหนดไว้ 10 ปีนั้น หากเดินทางกลับมารับโทษ ศาลจะมีวิธีการนับโทษต่อ ไม่ใช้นับโทษพร้อมทั้งหมด กล่าวคือ คดีแรกที่จำคุกสองปี อาจได้ลดโทษครึ่งหนึ่ง เหลือหนึ่งปี และยังมีอีกสองคดี ที่มีโทษจำคุก 3 ปี และ 5 ปีอีก เพราะฉะนั้น ถ้ามีการพระราชทานอภัยโทษ ก็จะต้องติดคุกไม่ต่ำกว่า 3 ปี
"ที่ผ่านมา การถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคลนั้น บุตรธิดาสามารถยื่นถวายฏีกาโดยมีขั้นตอนและตีกลับเพื่อขอให้รัฐบาลถวายความเห็นที่ผ่านมา ไม่เคยเห็น คดีทุจริตทำได้"
ส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษรวม ต้องมาพิจารณา โทษอัตราสูง จะต้องติดคุกหนึ่งในสาม ถึงได้พระราชทานอภัยโทษและต้องดูพรฎ.อภัยโทษแต่ละปีด้วย เพราะในรายละเอียดก็ไม่เหมือนกัน
"นายจตุพร" ยังเล่าประสบการณ์เมื่อครั้งถูกจำคุก และป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ทางราชทัณฑ์ได้นำตัวไปรักษาที่รพ.ราชทัณฑ์ ซึ่งรพ.ไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศ หรืออยู่อย่างสบาย
"ตอนที่ผมเป็นนักโทษป่วยเพราะติดเชื้อกระแสเลือด ต้องมานอนรพ.ราชทัณฑ์ รู้สึกหดหู่ เห็นนักโทษเสียชีวิต คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เมื่อครั้งเป็นนักโทษ ยังทำหน้าที่คอยเข็นเตียงผู้เสียชีวิต ฉะนั้น กรณีคุณทักษิณ หากคิดว่ามารักษาตัวรพ.ราชทัณฑ์ ก็ต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับทุกคน เว้นเสียแต่พิสูจน์ได้ว่าเป็นโรคร้ายแรงจริงๆ จึงส่งต่อไปรพ.ภายนอก "
"นายจตุพร" ยังได้กล่าวยืนยันว่า ในวันที่ 10 สิงหา ถ้าเครื่องบินลงจอด ปรากฎร่าง"นายทักษิณ ชินวัตร" ขอให้รถทัวร์มาหาตนเองเลยจะประณามหยามเหยียดอย่างไรก็ได้ ไม่เป็นไร และพร้อมเอ่ยวาจาขอโทษทุกท่าน แต่ผมเชื่อนาทีนี้ 10 สิงหาเครื่องไม่ลง เพราะการที่บอกว่า มาไม่ติดคุก ไม่มีอยู่จริง