"ภูมิธรรม" ปล่อยตัวอย่างนโยบายเศรษฐกิจ ระบุ คนไทยไม่จนอีกต่อไป
31 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ภูมิธรรม" ปล่อยตัวอย่างนโยบายเศรษฐกิจ "พรรคเพื่อไทย" แกนนำรัฐบาลชุดใหม่ ฟังแล้วเคลิ้ม ระบุ คนไทยไม่จนอีกต่อไป ทุกครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นบาท
การเมือง
31 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ภูมิธรรม" ปล่อยตัวอย่างนโยบายเศรษฐกิจ "พรรคเพื่อไทย" แกนนำรัฐบาลชุดใหม่ ฟังแล้วเคลิ้ม ระบุ คนไทยไม่จนอีกต่อไป ทุกครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นบาท
31 กรกฎาคม 2566 ตามที่พรรคเพื่อไทย รับไม้ต่อจากพรรคก้าวไกล ให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และ 8 พรรคร่วมมีมติให้หาเสียงสนับสนุน ในการโหวตนายกรัฐมนตรี วันที่ 4 ส.ค.นี้ โดยพรรคเพื่อไทยจะนำข้อสรุป ที่ได้จากการเจรจากับพรรคซีกขั้วรัฐบาลเดิมและสว. เข้าหารือกับ 8 พรรคร่วมภายในวันที่ 1 หรือ 2 ส.ค.
แม้การเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ แต่เพื่อไทยมีความเชื่อมั่นว่า จะได้รับเสียงสนับสนุนผ่าน 375 เสียงแน่นอน และในขณะที่ช่วงสุญญากาศ พรรคเพื่อไทย ได้พยายามปล่อยนโยบายด้านเศรษฐกิจออกมาตลอด ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ทวิตเตอร์ @phumtham ถึงตัวอย่างนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ดังนี้
ตัวอย่างนโยบายเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย ว่าที่แกนนำรัฐบาลชุดใหม่
กระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่ เติมเงินให้ทุกคน ระบบใช้จ่ายใกล้บ้าน ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล
-เติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปจะได้กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet)และใช้จ่ายใกล้บ้าน ในระยะ 4 กิโลเมตร
นโยบายเพิ่มรายได้ ภาคแรงงานและการจ้างงาน
-ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท
-เงินเดือนคนจบปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 25,000 บาท/เดือน ภายในปี 70 รวมทั้งข้าราชการด้วย
คนไทยไม่จนอีกต่อไป ทุกครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 20,000 บาท/เดือน
-หากรายได้ของครัวเรือน ต่ำกว่า 20,000 บาท/เดือน ก็จะได้รับการเติมให้ครบ 20,000 บาท/เดือน จนกระทั่งครอบครัวมีรายได้เพียงพอ
นโยบายสร้างประเทศ ด้วยนวัตกรรมและดิจิทัล ผ่านเขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone)
-ด้วยกุญแจ 3 ดอก ด้วยการสร้างเขตธุรกิจใหม่ 4 แห่ง เป็นพื้นที่นำร่อง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่
นโยบายคมนาคม พลิกโฉมระบบคมนาคมทั่วประเทศ
-นโยบายรถไฟฟ้า กทม. 20 บาท ตลอดสาย เพื่อลดภาระค่าโดยสารให้กับประชาชน และส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะ
-รวมถึงเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ
นโยบายรัฐบาลดิจิทัล เพื่อประชาชน
-เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพของภาครัฐ พลิกเปลี่ยนจาก "รัฐอุปสรรค" เป็น "รัฐสนับสนุน"เพื่อปลดล็อกศักยภาพของประชาชนและผู้ประกอบการ ให้เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน รวมถึงลดช่องทางการคอรัปชัน
นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ ผลโพล CEO ที่สำรวจโดยกรุงเทพธุรกิจอีกด้วย