4. ควรเข้าใจว่า การประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น “ไม่มีการประกาศว่าจะมีพรรคใดร่วมเป็นรัฐบาลผสม” เพราะเป็นแค่การเลือกนายกรัฐมนตรีคนเดียว หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงเป็นขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรี นำรายชื่อรัฐมนตรีขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งประกอบขึ้นเป็นคณะรัฐมนตรี!!!
พรรคไหนจะเข้าร่วมรัฐบาล จะเป็นขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ตกลงจัดตั้งคณะรัฐมนตรี!!!! และด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการเงินการคลังและต่างประเทศ ซึ่งกดดันเร่งเร้าอย่างหนักหน่วง จำเป็นที่จะต้องรีบมีรัฐบาล จึงเป็นไปได้ว่า จะมีการเสนอลุงป้อม หรือนายอนุทิน ขอความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมครั้งหน้าด้วย!!!
5. บทเรียน 18 ปี อันเจ็บปวดของตระกูลชินวัตรที่ต้องไร้แผ่นดินอยู่ ต้องถูกตัดสินจำคุก ถูกยึดทรัพย์และถูกก่นด่าข่มเหงหนักหนาสาหัส ใครคิดว่าไม่มีคุณค่าไม่มีความหมายก็คิดผิด!!!
การเมืองฉาก 2 นี้ ปมเงื่อนอยู่ที่ความสำคัญของรัฐบาลใหม่ ที่จะต้องปรีชาสามารถ ในการกอบกู้ฟื้นฟูความสามัคคีในชาติ ระบบเศรษฐกิจ การปฏิรูปบ้านเมือง และการปรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดจนการเตรียมรับมือกับภัยสงคราม ที่กำลังก่อเค้าทะมึนให้ทันท่วงที และต้องสามารถยุติ การบ่อนทำลายสถาบันและการแบ่งแยกประเทศไทยให้สำเร็จ เป็นมรรคผลด้วย ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆก็เป็นได้ หรือจะให้ใครๆเข้ามาโกงบ้านกินเมืองกันเหมือนแต่ก่อน!!!!!