การเสนอแก้ไขมาตรา 272 จึงเห็นได้แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วจะรอไปจนถึงเมื่อไร ตนจึงมองว่า เป็นการเสนอสู้เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่มีผลทางปฏิบัติ ดังนั้น 2 เงื่อนไข หรือ 2 สมรภูมิที่นายพิธาพูดถึงจึงไม่รู้ว่าจะไปถึงเมื่อไร
“ประเทศจะรอนายพิธาหรือพรรคก้าวไกลฝ่ายเดียวไม่ได้ คนต้องการประชาธิปไตยโดยเร็ว จะให้ประเทศมารอความไม่ชัดเจนไม่ได้” นายภูมธรรม กล่าว
เมื่อถามต่อ ต้องได้คำตอบจากนายพิธา และพรรคก้าวไกลก่อนวันที่ 19 ก.ค.ที่จะโหวตนายกฯรอบ 2 ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องได้ความชัดเจน เพราะการโหวตวันที่ 19 ก.ค.นี้จะโหวตในทิศทางอย่างไร ไม่ใช่โหวตไปเรื่อยๆ
เมื่อถามถึง กระแสข่าวเพื่อไทยเตรียมเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หาก ก้าวไกลไปต่อไม่ได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ทำอะไร แต่แคนดิเดตของเพื่อไทยมีพร้อมอยู่แล้วถึง 3 คน จึงไม่ต้องเตรียมอะไร เราก็สามารถเสนอได้เลย
เมื่อถามว่า ชื่อแรกที่จะเสนอคือ นายเศรษฐาใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า หากชัดเจนว่าให้เพื่อไทยเป็นแกนนำเพื่อไทยก็พร้อมประชุมทันที และสามารถเสนอชื่อได้ทันทีเช่นกัน
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเพื่อไทยจะเปลี่ยนขั้วไม่เอาก้าวไกลแล้ว นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ตอนนี้เรายังไม่ได้เอาเงื่อนไขอื่นมาพิจารณา ยังขอยึดเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกับ 8 พรรค ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขเอ็มโอยูที่ตกลงร่วมกัน แต่กรณีที่นายพิธาเสนอแก้ไขม.272 ถือว่าอยู่นอกเหนือเอ็มโอยูเรื่องนี้ต้องมาคุยกัน
นายภูมิธรรม กล่าวต่อ ความเป็นไปได้ในตอนนี้อยู่ในมือนายพิธาและพรรคก้าวไกลที่จะต้องตัดสินใจ ว่าจะเดินไปอย่างไรต่อไปเพื่อให้ 8 พรรค รู้สึกสบายใจในการทำงานร่วมกัน เพราะหลังการแถลงของนายพิธาเมื่อวานนี้ 8 พรรคยังไม่ได้มีการคุยกัน
การที่นายพิธาโยนความรับผิดชอบให้ประชาชนว่า ต่อไปนี้อนาคตของตนและก้าวไกลอยู่ที่ประชาชนนั้น ตนก็ยังไม่เข้าใจในความหมายนี้ เพราะเวลานี้ตนมองว่า ปัญหาประชาชน รวมถึงอนาคตของประเทศอยู่ในมือของนายพิธาและพรรคก้าวไกล ถ้าตัดสินใจได้ถูก ประเทศก็เดินหน้าต่อ ถ้าตัดสินใจไม่ถูกหรืออิงอยู่กับพื้นฐานของตัวเองเป็นหลัก ตนมองว่า ประเทศยังมีปัญหามาก และปัญหาของประชาชนก็รอไม่ได้เช่นกัน
เมื่อถามถึง การบ้านเรื่องข้อบังคับและขั้วรัฐบาลเดิมชิงเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่ง หลังเพื่อไทยและก้าวไกลคุยกันเมื่อวันศุกร์ที่ 14 ก.ค.ดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า ได้มีการนัดหมายหารือกันวันจันทร์ที่ 17 ก.ค.ในเวลา 17.00 น. แต่เรื่องสถานที่รอพรรคก้าวไกลเป็นผู้กำหนด ซึ่งคาดว่าจะเป็นการคุยกัน 8 พรรค โดยเลื่อนมาจากกำหนดการเดิมวันที่ 18 ก.ค. เนื่องจากวันดังกล่าวประธานรัฐสภานัดหารือวิป 3 ฝ่าย
เมื่อถามว่า การคุยกันล่าสุดระหว่างเพื่อไทยและก้าวไกล พรรคก้าวไกลได้ขอให้เพื่อไทยช่วยหาเสียงจากส.ว.หรือไม่ นายภูมิธรรม ยอมรับว่าเป็นห่วง เพราะการโหวตครั้งแรกไม่เป็นไปตามเป้าหมายได้มาแค่ 13 เสียง ซึ่งก้าวไกลเองก็ยอมรับว่าผิดคาดที่คิดว่าจะได้มากกว่านี้ จึงได้มีการถามกลับไปยังก้าวไกลว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ก้าวไกลเองก็ยังไม่มีคำตอบว่าจะใช้วิธีการใด หรือจะได้เสียงจากส.ว.อีกเท่าไร เพียงแต่บอกว่าขอเวลาแก้ปัญหานี้
แต่ทางเพื่อไทยก็ยืนยันว่า ต้องมีทางออกที่ชัดเจนว่า สรุปแล้วมีกี่เสียงที่สนับสนุน และจะได้เพิ่มมาอีกกี่เสียงเพื่อจะได้ประเมินว่าเป็นตามนั้นหรือไม่ เพราะครั้งแรกเราเชื่อหมดใจได้แน่นอน 100 คนตามที่ก้าวไกลระบุ แต่ผลที่ออกมาถือว่าผิดพลาดมาก ซึ่งห่างไกล 376 เสียงมาก ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าเดินต่อได้ยาก ดังนั้น นายพิธาและพรรคก้าวไกลต้องตัดสินใจแล้วว่า ถ้าจะไปต่อจะไปต่ออย่างไร เพื่อให้ 8 พรรคร่วมเข้าใจสถานการณ์ร่วมกัน
ส่วนเรื่องข้อบังคับที่อาจจะไม่สามารถยื่นญัตติซ้ำได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับสภา เพราะมติสภาถือเป็นที่สิ้นสุดหากดำเนินการได้ก็พร้อมที่จะยกมือสนับสนุน แต่หากบอกว่าไปต่อไม่ได้ 8 พรรคจะต้องประชุมร่วมกันว่า จะทำอย่างไรต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เลื่อนกำหนดประชุมหัวหน้าพรรค จากเดิมที่ประชุมในวันอังคารที่ 18 ก.ค. มาเป็นวันพรุ่งนี้ (17 ก.ค.) เนื่องจากกำหนดการเดิมชนกับการประชุมวิป 3 ฝ่าย ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ หลายพรรคยังนัดประชุมร่วมกันในวันอังคารด้วย
ทั้งนี้ ยังไม่มีกำหนดสถานที่นัดหมายประชุมในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากยังต้องรอแกนนำพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยที่หารือกันเรื่องการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นในวันนี้(16 ก.ค.) กำหนดและแจ้งไปยัง 6 พรรคร่วมฯที่เหลือ คาดว่าน่าจะหาข้อสรุปได้ไม่เกินค่ำนี้