เนชั่นทีวี

การเมือง

"ภูมิธรรม" ยัน "เพื่อไทย" หนุน "พิธา" ต่อรอบสอง แต่ขอให้ชัดเสนอถึงเมื่อไหร่

16 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ภูมิธรรม" ยัน "เพื่อไทย" หนุน "พิธา" ต่อรอบสอง แต่ขอให้ชัดเสนอถึงเมื่อไหร่

"ภูมิธรรม" ยัน "เพื่อไทย" พร้อมหนุน "พิธา" ต่อรอบสอง แต่ขอความชัดเจนว่าจะเสนอถึงเมื่อไร ชี้ปัญหาบ้านเมืองรอไม่ได้ พร้อมเลื่อนประชุม 8 พรรคร่วมเร็วขึ้นเป็นพรุ่งนี้

16 กรกฎาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบ 2 ในวันที่ 19 ก.ค. โดยยังจะเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกลหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องการตีความข้อบังคับรัฐสภา ซึ่งในวันอังคารที่ 18 ก.ค.นี้ ประธานรัฐสภา ได้เรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย ซึ่งต้องดูข้อสรุปตรงนั้นก่อน หากญัตติไม่ตกไปยังสามารถเสนอชื่อนายพิธาได้ พรรคเพื่อไทยก็ยินดียกมือให้ทั้ง 141 เสียง แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องพูดให้ชัดเจนว่าไปถึงเมื่อไร เพราะการโหวตครั้งแรกก็ชัดเจนว่าไปต่อไม่ได้ วันนี้ 312 เสียงยังเกาะกันแน่น แต่เสียงสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ที่พรรคก้าวไกลพูดว่าได้เป็น 100 มั่นใจว่าจะได้ครบ ได้มาแค่ 13 เสียงซึ่งไม่พอ การจะไปหาเพิ่มอีก 50-60 เสียง จึงเป็นไปได้ยากที่จะได้ครบ

เพราะฉะนั้นต้องพูดให้ชัด ถ้าเสียงออกมาเป็นแบบนี้ได้เท่าเดิม ลดน้อย หรือได้มากกว่าเดิมแต่ได้ไม่มากพอ ก็ต้องตอบให้ชัดว่าจะจบหรือยัง หรือจะอย่างไรต่อ หรือจะปล่อยให้ไปเรื่อยๆจน ส.ว.หมดวาระในเดือนพ.ค.67 ก็มองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะบ้านเมืองมีปัญหารอการแก้ไขอยู่ ทุกคนรู้ว่าช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น จึงต้องการรัฐบาลที่ชัดเจน จะเป็นรัฐบาลใดก็ได้แต่ขอให้มีนโยบายที่ชัดเจน และมีทิศทางที่จะผลักดันประเทศให้ไปต่อ

ปัญหาประชาชนมากมาย ปล่อยไปเรื่อยๆคงไม่ได้ พรรคก้าวไกลจึงต้องตอบให้ชัดว่า จะเอาอย่างไร ถ้าชัดเจนทุกเรื่อง พรรคเพื่อไทยยินดีจะเสนอชื่อนายพิธาและยกเสียงให้ทั้งหมด แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงโรคแทรกซ้อน คือ ความพยายามตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากเป็นเช่นนั้นพรรคก้าวไกลต้องตอบว่า เป็นคนเดิมใช่หรือไม่ หากไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องคะแนนเสียง เสนอไปแล้วได้รัฐบาลเสียงข้างน้อย จะทำให้พลาดโอกาสประเทศ และโอกาสของ 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล จึงต้อง มีข้อสรุปให้ชัดเจนทั้งสองเรื่องนี้ ถ้าชัดเจนก็จะบอกได้ว่าเสนอชื่อนายพิธาหรือไม่

นายภูมิธรรม ย้ำว่า ถ้าข้อสรุปชัดเจน เรื่องของข้อบังคับการประชุมเรื่องเสียงสนับสนุน และการปิดโอกาสที่จะมีรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็พร้อมสนับสนุนนายพิธาในรอบสองตามเงื่อนไขนั้น แต่ต้องมีข้อสรุปกับเราว่า จะโหวตไปถึงเมื่อไรที่คิดว่าไปต่อไม่ได้แล้ว เพราะรอบแรกก็เกือบจะสรุปได้แล้วว่าไปต่อไม่ได้  ไม่ใช่ว่าจะขอได้ต่อไปเรื่อยๆ เราก็คงไม่ยอม

เมื่อถามว่า วานนี้(15 ก.ค.) นายพิธา ระบุว่า พร้อมเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยหากตั้งรัฐบาลได้ไม่สำเร็จ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อวานนี้นายพิธากล่าวว่าจะเปิด 2 สมรภูมิและถ้า 2 สมรภูมิไปไม่ได้แล้วจะเปิดทางให้เพื่อไทย ซึ่งตนคิดว่าไม่มีทางออก เพราะการแก้ไขมาตรา 272 เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะมีเงื่อนไขว่า ต้องได้เสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้าน 20% และขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาล ยังไม่มีฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นระหว่างที่รอเลือกนายกฯ 20% จากฝ่ายค้านจึงยังไม่เกิดขึ้น และแม้ว่ามี 20% จากฝ่ายค้านแล้ว ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. 1 ใน 3 คือ 84 เสียง ซึ่งต้องตอบคำถามว่า 84 เสียงนี้หาจากไหน เพราะจากการโหวตเลือกนายพิธาที่ผ่านมาได้แค่ 13 เสียง

การเสนอแก้ไขมาตรา 272 จึงเห็นได้แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วจะรอไปจนถึงเมื่อไร ตนจึงมองว่า เป็นการเสนอสู้เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่มีผลทางปฏิบัติ ดังนั้น 2 เงื่อนไข หรือ 2 สมรภูมิที่นายพิธาพูดถึงจึงไม่รู้ว่าจะไปถึงเมื่อไร

“ประเทศจะรอนายพิธาหรือพรรคก้าวไกลฝ่ายเดียวไม่ได้ คนต้องการประชาธิปไตยโดยเร็ว จะให้ประเทศมารอความไม่ชัดเจนไม่ได้” นายภูมธรรม กล่าว

เมื่อถามต่อ ต้องได้คำตอบจากนายพิธา และพรรคก้าวไกลก่อนวันที่ 19 ก.ค.ที่จะโหวตนายกฯรอบ 2 ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องได้ความชัดเจน เพราะการโหวตวันที่ 19 ก.ค.นี้จะโหวตในทิศทางอย่างไร ไม่ใช่โหวตไปเรื่อยๆ

เมื่อถามถึง กระแสข่าวเพื่อไทยเตรียมเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หาก ก้าวไกลไปต่อไม่ได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ทำอะไร แต่แคนดิเดตของเพื่อไทยมีพร้อมอยู่แล้วถึง 3 คน จึงไม่ต้องเตรียมอะไร เราก็สามารถเสนอได้เลย

เมื่อถามว่า ชื่อแรกที่จะเสนอคือ นายเศรษฐาใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า หากชัดเจนว่าให้เพื่อไทยเป็นแกนนำเพื่อไทยก็พร้อมประชุมทันที และสามารถเสนอชื่อได้ทันทีเช่นกัน

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเพื่อไทยจะเปลี่ยนขั้วไม่เอาก้าวไกลแล้ว นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ตอนนี้เรายังไม่ได้เอาเงื่อนไขอื่นมาพิจารณา ยังขอยึดเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกับ 8 พรรค ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขเอ็มโอยูที่ตกลงร่วมกัน แต่กรณีที่นายพิธาเสนอแก้ไขม.272 ถือว่าอยู่นอกเหนือเอ็มโอยูเรื่องนี้ต้องมาคุยกัน

นายภูมิธรรม กล่าวต่อ ความเป็นไปได้ในตอนนี้อยู่ในมือนายพิธาและพรรคก้าวไกลที่จะต้องตัดสินใจ ว่าจะเดินไปอย่างไรต่อไปเพื่อให้ 8 พรรค รู้สึกสบายใจในการทำงานร่วมกัน เพราะหลังการแถลงของนายพิธาเมื่อวานนี้ 8 พรรคยังไม่ได้มีการคุยกัน

การที่นายพิธาโยนความรับผิดชอบให้ประชาชนว่า ต่อไปนี้อนาคตของตนและก้าวไกลอยู่ที่ประชาชนนั้น ตนก็ยังไม่เข้าใจในความหมายนี้ เพราะเวลานี้ตนมองว่า ปัญหาประชาชน รวมถึงอนาคตของประเทศอยู่ในมือของนายพิธาและพรรคก้าวไกล ถ้าตัดสินใจได้ถูก ประเทศก็เดินหน้าต่อ ถ้าตัดสินใจไม่ถูกหรืออิงอยู่กับพื้นฐานของตัวเองเป็นหลัก ตนมองว่า ประเทศยังมีปัญหามาก และปัญหาของประชาชนก็รอไม่ได้เช่นกัน

เมื่อถามถึง การบ้านเรื่องข้อบังคับและขั้วรัฐบาลเดิมชิงเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่ง หลังเพื่อไทยและก้าวไกลคุยกันเมื่อวันศุกร์ที่ 14 ก.ค.ดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า ได้มีการนัดหมายหารือกันวันจันทร์ที่ 17 ก.ค.ในเวลา 17.00 น. แต่เรื่องสถานที่รอพรรคก้าวไกลเป็นผู้กำหนด ซึ่งคาดว่าจะเป็นการคุยกัน 8 พรรค โดยเลื่อนมาจากกำหนดการเดิมวันที่ 18 ก.ค. เนื่องจากวันดังกล่าวประธานรัฐสภานัดหารือวิป 3 ฝ่าย

เมื่อถามว่า การคุยกันล่าสุดระหว่างเพื่อไทยและก้าวไกล พรรคก้าวไกลได้ขอให้เพื่อไทยช่วยหาเสียงจากส.ว.หรือไม่ นายภูมิธรรม ยอมรับว่าเป็นห่วง เพราะการโหวตครั้งแรกไม่เป็นไปตามเป้าหมายได้มาแค่ 13 เสียง ซึ่งก้าวไกลเองก็ยอมรับว่าผิดคาดที่คิดว่าจะได้มากกว่านี้ จึงได้มีการถามกลับไปยังก้าวไกลว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ก้าวไกลเองก็ยังไม่มีคำตอบว่าจะใช้วิธีการใด หรือจะได้เสียงจากส.ว.อีกเท่าไร เพียงแต่บอกว่าขอเวลาแก้ปัญหานี้

แต่ทางเพื่อไทยก็ยืนยันว่า ต้องมีทางออกที่ชัดเจนว่า สรุปแล้วมีกี่เสียงที่สนับสนุน และจะได้เพิ่มมาอีกกี่เสียงเพื่อจะได้ประเมินว่าเป็นตามนั้นหรือไม่ เพราะครั้งแรกเราเชื่อหมดใจได้แน่นอน 100 คนตามที่ก้าวไกลระบุ แต่ผลที่ออกมาถือว่าผิดพลาดมาก ซึ่งห่างไกล 376 เสียงมาก ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าเดินต่อได้ยาก  ดังนั้น นายพิธาและพรรคก้าวไกลต้องตัดสินใจแล้วว่า ถ้าจะไปต่อจะไปต่ออย่างไร เพื่อให้ 8 พรรคร่วมเข้าใจสถานการณ์ร่วมกัน

ส่วนเรื่องข้อบังคับที่อาจจะไม่สามารถยื่นญัตติซ้ำได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับสภา เพราะมติสภาถือเป็นที่สิ้นสุดหากดำเนินการได้ก็พร้อมที่จะยกมือสนับสนุน  แต่หากบอกว่าไปต่อไม่ได้ 8 พรรคจะต้องประชุมร่วมกันว่า จะทำอย่างไรต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เลื่อนกำหนดประชุมหัวหน้าพรรค จากเดิมที่ประชุมในวันอังคารที่ 18 ก.ค. มาเป็นวันพรุ่งนี้ (17 ก.ค.) เนื่องจากกำหนดการเดิมชนกับการประชุมวิป 3 ฝ่าย ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ หลายพรรคยังนัดประชุมร่วมกันในวันอังคารด้วย

ทั้งนี้ ยังไม่มีกำหนดสถานที่นัดหมายประชุมในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากยังต้องรอแกนนำพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยที่หารือกันเรื่องการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นในวันนี้(16 ก.ค.) กำหนดและแจ้งไปยัง 6 พรรคร่วมฯที่เหลือ คาดว่าน่าจะหาข้อสรุปได้ไม่เกินค่ำนี้

ข่าวล่าสุด