"เศรษฐา" โยน 8 พรรคร่วมตัดสินใจดึงเสียงรัฐบาลเก่าเข็น "พิธา" นั่งนายกฯ
14 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"เศรษฐา" โยน 8 พรรคร่วมตัดสินใจดึงเสียงรัฐบาลเก่าเข็น "พิธา" นั่งนายกฯ ส่วนตัวมอง "บิ๊กป้อม" โอกาสนั่งนายกรัฐมนตรีเป็นไปได้ยาก
การเมือง
14 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"เศรษฐา" โยน 8 พรรคร่วมตัดสินใจดึงเสียงรัฐบาลเก่าเข็น "พิธา" นั่งนายกฯ ส่วนตัวมอง "บิ๊กป้อม" โอกาสนั่งนายกรัฐมนตรีเป็นไปได้ยาก
14 กรกฎาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ว่าควรจะเปลี่ยนตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลหรือไม่ โดยระบุว่า จะต้องมีการพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยก่อน แต่ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจ และไม่สบายใจต่อผลการลงมตินายกรัฐมนตรีที่เกิดขึ้น
ส่วนความเป็นไปได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายเศรษฐา เห็นว่า เรื่องดังกล่าวมีการพูดคุยกันมานานแล้ว และน่าจะเกิดขึ้นได้ลำบาก ซึ่งขณะนี้การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นจึงควรพูดคุยกันใน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลก่อน
นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคร่วมรัฐบาลเก่าจะเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า หากพิจารณาเสียง ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐแล้ว น่าจะลำบาก เพราะพรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.เพียง 40 กว่าเสียงเท่านั้น
ส่วนตาม MOU ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ที่จะต้องสนับสนุนให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างสุดกำลัง จะต้องไปเป็นถึงขั้นไหนนั้น นายเศรษฐา ระบุว่า ยังไม่ทราบ และขอรอดูอีกครั้ง และจะต้องไปปรึกษากับผู้บริหารพรรคก่อน แต่เห็นว่า ผลการลงมติที่ออกมานั้นยังต่ำไปหน่อย และเชื่อว่า การหารือในวันนี้ (14 ก.ค.) น่าจะได้ความชัดเจนว่า 8 พรรคร่วมฯ จะไปต่อในชื่อนายพิธาหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทย ก็สนับสนุนนายพิธามาโดยตลอด
นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการหาเสียงจาก ส.ส.ในขั้วรัฐบาลเดิม เพื่อนำเสียงมาสนับสนุนนายพิธาในการลงมติว่า 8 พรรคร่วมฯ จะต้องตัดสินใจร่วมกันว่าจะนำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์หรือไม่ ซึ่งตนเอง ไม่ได้อยู่ในคณะเจรจา