พร้อมระบุต่อว่า ถ้ามองในแง่บวกก็ถือว่าเป็นเรื่องดี การที่สมาชิกรัฐสภาหลายคน เช่น นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย , นายสมชาย แสวงการ ส.ว. , นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ , นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. , นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. เป็นต้น ที่พวกเขาเหล่านี้ยืนยันโดยชัดเจนว่าเรื่องสถาบัน อภิปรายในรัฐสภาได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง มองเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนจะได้มีโอกาสรับฟังเรื่องเหล่านี้ในรัฐสภา
พร้อมแนะนำว่าหากไม่พอใจ ในการเสนอกฎหมายก็โหวตให้ตกไป ตามกระบวนการนิติบัญญัติ ตนไม่เห็นว่า เกี่ยวข้องกับการโหวตนายกรัฐมนตรีแม้แต่น้อย “เมื่อวานนี้พูดชัดเจนว่าให้ตาย ส.ส.รัฐบาลก็ไม่ทำ แต่ส.ส.พรรคก้าวไกล โดย ส.ส.151 คน เขาจะไปทำของเขาเอง เมื่อวานนี้ท่านทำให้มันผิดเพี้ยนไป จากที่โหวตนายกรัฐมนตรี กลายเป็นอภิปรายมาตรา 112”
โดยตนกังวลใจ เพราะวันนี้ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่เมื่อวานเกิดความกังวลใจ เนื่องจากสมาชิกรัฐหลายคน เอาวิธีคิดแบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิด เพราะเป็นการเอาแนวคิดสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาอธิบายเรื่องพระราชอำนาจของสถาบัน
โดยสิ่งที่ตนเสนอมี 3 ประเด็นใหญ่ ๆ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 , รัฐธรรมนูญ มาตรา 6 , และการลงนามศาลอาญาระหว่างประเทศ นำโดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย , นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. , นายสมชาย แสวงการ ส.ว. และ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. เป็น 4 บุคคลหลักที่อภิปรายบ่อย ๆ แบบใหม่กลับตาลปัตร