ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่การประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคฯ ในช่วงบ่ายต้องล่มไป เนื่องจาก สมาชิกพรรคส่วนหนึ่งไม่พอใจที่ที่ประชุม ยังคงยืนยันที่จะใช้น้ำหนักคะแนน 70:30 ตามข้อบังคับพรรค เนื่องจาก สัดส่วนคะแนน 70 คะแนนนั้น จะขึ้นอยู่กับ ส.ส.ปัจจุบันของพรรค ที่ตอนนี้มี 25 คน ส่วนน้ำหนักคะแนนอีกร้อยละ 30 ขึ้นอยู่กับ อดีต ส.ส., อดีตรัฐมนตรี, อดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ และอดีตหัวหน้พรรคฯ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า ประกอบกับ ส.ส.ปัจจุบันประมาณ 17 คน จากทั้งหมด 25 คน มีท่าทีที่จะสนับสนุนนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
ดังนั้น การประชุมในช่วงบ่าย จึงทำให้สมาชิกหลายคน ไม่ได้อยู่ร่วมองค์ประชุมด้วย โดยเฉพาะนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่ม อดีต ส.ส.ที่ให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯที่ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ จะเป็นผู้เสนอต่อที่ประชุมด้วยตนเอง และนายนราพัฒน์ ก็ยืนยันพร้อมที่จะท้าชิงตำแหน่งหากมีการเสนอชื่อ
ดังนั้น จึงมีความกังวลว่า ผลคะแนนที่ออกมาจะไม่เป็นธรรม และทำให้นายนราพัฒน์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่
ทั้งนี้ ตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ระบุว่า หากการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคฯ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคฯ ต้องล่มไป จะต้องนัดการประชุมใหม่อีกครั้งเมื่อใด โดยให้ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ จะเป็นผู้นัดประชุมต่อไป
โดยนายจุรินทร์ เปิดเผยภายหลังการประชุมล่มว่า ตนจะรีบนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคฯ โดยเร็ว ซึ่งคาดว่า จะมีการประชุมในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ เพื่อยกเว้นข้อบังคับพรรค ให้เกิดการประชุมเลือกหัวหน้าพรรคฯ และกรรมการบริหารพรรคฯ ชุดใหม่อีกครั้ง