“ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ทุกความเคลื่อนไหวที่ได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เกิดจากความเป็นห่วงพรรค จากสัญญาณที่เห็นชัดว่า อาจมีการนำพาพรรคไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง อันจะกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ในระยะยาว จนยากที่จะกอบกู้ได้ การเลือกหัวหน้าและผู้บริหารพรรคใหม่ เป็นประตูบานแรกที่จะสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า
พรรคยังคงเป็นสถาบันการเมืองที่ประชาชนเชื่อถือและพึ่งพาได้ ไม่ใช่พรรคการเมืองที่มุ่งแต่แสวงหาอำนาจเท่านั้น การตัดสินใจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จึงควรเปิดกว้างให้ทุกเสียงในที่ประชุมมีสิทธิเท่ากัน ด้วยการงดเว้นการใช้ข้อบังคับที่ให้น้ำหนักสส.เป็นสัดส่วนในองค์ประชุม 70 % นี่เป็นข้อเสนอที่ผมคิดว่าจะเป็นทางออกที่ดี มีคำตอบชัดว่าเสียงส่วนใหญ่ของพรรคต้องการกำหนดอนาคตไปในทิศทางใด” นายเชาว์ ระบุ