svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"เดอะมาร์ค" รีเทิร์น กับทางสามแพร่ง ปชป.

02 กรกฎาคม 2566
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

พูดถึง "อภิสิทธิ์" หรือ "เดอะมาร์ค" ระยะหลังเริ่มปรากฏตัวกับสื่อมากขึ้น ทั้งตามงานเสวนา และให้สัมภาษณ์พิเศษ จึงไม่แปลกที่จะมีชื่อ "อภิสิทธิ์" เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่

จริงๆ แล้วต้องบอกว่า “เป็นคนเก่าที่อาจหวนกลับมาอีกรอบ” แต่คราวนี้มาในภารกิจยาก คือ “ปฏิรูปและฟื้นคืนชีพพรรค” ซึ่งว่ากันว่ายากยิ่งกว่า “เข็นครกขึ้นภูเขา” เสียอีก

ถึงนาทีนี้ยังไม่มีคำยืนยันจากปาก “อภิสิทธิ์” ว่าจะกลับมาเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคหรือไม่ แต่ข่าวแจ้งว่า คนใกล้ตัวเคลื่อนไหว เตรียมกลับมาทำงานกันแล้ว ซึ่งคราวนี้น่าจะว่างเป็นพิเศษ เนื่องจากคนใกล้ชิดสายคุณอภิสิทธิ์ พร้อมใจกันสอบตกทั้งหมด

"เดอะมาร์ค" รีเทิร์น กับทางสามแพร่ง ปชป.

เมื่อเร็ว นี้เพิ่งมีภาพ “แชะรูปหมู่” ในงานเลี้ยง “กาญจนี วัลยะเสวี” เจ้าของฉายา “ไฮโซสปอร์ตคลับ” และ “แม่ยกประชาธิปัตย์” โดย “ศิริโชค โสภา” อดีต ส.ส.สงขลา คนสนิทของ “เดอะมาร์ค” เป็นคนโพสต์ภาพ โดยในภาพมี “ประธานฯชวน หลีกภัย” ปูชนียบุคคลของพรรค ร่วมเฟรมอยู่ด้วย ทำให้มีการตีความว่า “ศิริโชค” โพสต์ภาพนี้ เพื่อให้คนเข้าใจว่าคุณชวนออกมาเคลื่อนเอง สนับสนุนคุณอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีก 1 สมัย

ที่สำคัญ “ศิริโชค” เป็นทั้งเพื่อนและคนสนิทของ “อภิสิทธิ์” จบจากอังกฤษมาด้วยกัน เป็นเจ้าของฉายา “วอลล์เปเปอร์” เพราะสมัย “อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ “ศิริโชค” จะยืนด้านหลังตลอด เวลา “อภิสิทธิ์” ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน จึงมีภาพร่วมเฟรมกับนายกฯตลอดในทีวี และภาพตามหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์

เดอะมาร์ค ร่วมลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งล่าสุด

ที่ฮือฮาที่สุดสำหรับ “อภิสิทธิ์” คือการขึ้นเวทีเสนาที่ธรรมศาสตร์ เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ในหัวข้อ “91 ปีประชาธิปไตยกับก้าวต่อไปหลังการเลือกตั้ง 2566 : กติกาทางรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับการเมืองไทย” ซึ่งเป็นการเสวนาในโครงการ “เชิดชูครูกฎหมาย” งานวิชาการรำลึก ศาสตราจารย์ ไพโรจน์ ชัยนาม ครั้งที่ 11

โดย “อภิสิทธิ์” สร้างกระแสฮือฮาด้วยการวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญปี 2560 อย่างรุนแรง ว่าเป็นต้นตอวิกฤตทางการเมืองในปัจจุบัน จึงสนับสนุนให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยังบอกว่า ยุคนี้เป็นยุคที่องค์กรอิสระตกต่ำที่สุด ประชาชนไม่เชื่อถือมากที่สุด และยากที่จะฟื้นศรัทธากลับมาได้

เป็นที่น่าสังเกตว่า ท่าทีของ “อภิสิทธิ์” ปฏิเสธการสืบทอดอำนาจของ “2 ลุง” อย่างชัดเจน จึงคาดการณ์ได้ว่า หาก “อภิสิทธิ์” ได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็น่าจะปิดโอกาสการเป็นรัฐบาล เพราะ

  • สูตรก้าวไกลเป็นแกนนำ - ไม่เลือกประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว
  • สูตรเพื่อไทยชิงตั้งรัฐบาล - ต้องใช้บริการอย่างน้อย 1 ลุงจาก 2 ลุง

ฉะนั้นอภิสิทธิ์น่าจะไม่ยอมเข้าร่วมรัฐบาล สอดคล้องกับท่าทีของแกนนำพรรคคนสำคัญหลายคน ที่มองว่าหากจะฟื้นความนิยมของพรรค ประชาธิปัตย์ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ยิ่งได้ทำงานเป็นฝ่ายค้านร่วมกับก้าวไกล อาจทำให้บทบาทของประชาธิปัตย์โดดเด่นขึ้น

นอกจากนั้นยังสนับสนุนให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งงานแก้ไขกฎหมาย จัดทำกฎหมาย เป็นงานถนัดของประชาธิปัตย์ ที่สำคัญยังสอดรับกับกระแสความต้องการของประชาชน ที่ต้องการ “กติกาประเทศ” ที่ดีกว่านี้

ส่วนผลทางการเมือง หากมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็คือ ทำได้เร็ว รัฐบาลชุดใหม่จะอยู่ไม่ถึง 4 ปี เนื่องจากเมื่อรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จ เปลี่ยนกติกาเลือกตั้งใหม่ ตามธรรมเนียมต้องยุบสภาฯ เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ทันที

แต่แนวทางนี้ก็สวนทางกับบรรดา ส.ส.กลุ่มใหญ่ของพรรค ซึ่งแกนนำกลุ่มหลายอยากร่วมรัฐบาล และอยากเป็นรัฐมนตรี ซึ่งการตั้งรัฐบาลที่มีปัญหาในขณะนี้ ทำให้ประชาธิปัตย์มีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลได้ไม่ยาก

ทำให้เกิดกระแสสนับสนุน “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ขึ้นชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค

มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค

งานนี้จึงกลายเป็นทางสองแพร่งของประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกันชื่อของ “มาดามเดียร์” วทันยา บุนนาค ก็ยังไม่หลุดวงโคจร โดยเฉพาะความทุ่มเทในการช่วยพรรคหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และภาพคนรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างแบรนด์ “นีโอ คอนเซอร์เวทีฟ” หรือ “อนุร้กษ์นิยมใหม่ อนุรักษ์นิยมทันสมัย” แข่งกับก้าวไกลได้ 

เหมือนกับที่พรรคแรงงาน หรือ พรรคเลเบอร์ ของอังกฤษ เคยประสบความสำเร็จในการฟื้นความนิยมพรรคได้มาแล้ว ย้อนกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ หลังจากห่างหายไปนานถึง 16 ปี หรือ 4 สมัย

แต่ “มาดามเดียร์” ติดปัญหาคุณสมบัติ เพราะเป็นสมาชิกพรรคยังไม่ครบ 5 ปีตามข้อบังคับ และไม่เคยเป็น ส.ส.ของพรรคมาก่อน จึงไม่มีสิทธิลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ปัญหานี้ก็มีทางออก คือต้องมีกรรมการบริหารพรรครับรอง 3 ใน 4

logoline