ส่วนที่มองว่ามีการเทียบชื่อตนเองกับ "นายเดชอิศม์ ขาวทอง" หรือ "นายกชาย" นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ตนคิดว่าขณะนี้อยากให้ถอยออกมาจากเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ตัวบุคคล และการแข่งขัน เพราะสิ่งที่พรรคต้องการขณะนี้ คือ ความเป็นเอกภาพและความชัดเจน ในการกำหนดแนวทางทางการเมืองต่อไป และมองว่า เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง เรื่องนี้คือเรื่องหลักในการฟื้นฟูพรรค
เมื่อถามว่า แม้จะมีการเสนอชื่อตนเอง แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีเอกภาพ ก็จะไม่กลับเข้ามาทำงานใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ขอพูดตรงๆ ว่า หากไม่มีเอกภาพ ใครก็ฟื้นพรรคไม่ได้ เพราะฉะนั้น สมควรที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้เกิดความรู้สึกร่วมกันว่าจะต้องเดินไปในทิศทางใด
เมื่อถามย้ำว่า ได้พูดคุยกับบรรดาส.ส.ใหม่ หรือไม่ เพราะมีการแบ่งกลุ่มและไม่มีความคุ้นเคยกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนในพรรคก็มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด และตนไม่เคยสนใจว่าใครจะอยู่ขั้วใคร ใครจะชิงอะไร ตนไม่เคยสนใจไปคุยเรื่องนั้น สนใจเพียงแต่ทิศทางทางการเมืองของพรรคมากกว่า
"ผมก็พร้อมจะคุยอยู่แล้วกับทุกคน เพราะปกติท่าน ส.ส. ทั้งหลายที่รู้จักมักคุ้นกัน ก็มีการพูดคุยกันอยู่แล้ว อีกทั้ง ส.ส.ใหม่แม้จะไม่รู้จักกัน แต่ก็เชื่อว่าคนเหล่านั้น ได้ผ่านสนามการเลือกตั้งมาแล้ว และอยู่ในฐานะที่จะสามารถรับฟัง และพูดคุยกับทุกฝ่ายได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว