โดยวันที่ 28 มิ.ย.นี้ จะมาการประชุมร่วมระหว่างตัวแทนพรรคก้าวไกล กับตัวแทนพรรคเพื่อไทย เพื่อหาข้อสรุปตำแหน่งประธานสภา ที่พรรคเพื่อไทย
ส่วนในวันที่ 29 มิ.ย. ที่พรรคก้าวไกล จะมีการประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล แว่วเสียงก่อนการประชุม คาดว่าจะมีการขอมติ 8 พรรคว่าจะโหวตกันอย่างไรในเรื่องประธานสภา และหารือขอฉันทามติในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯให้รัฐสภาโหวต
อ่านสัญญาณการเมือง
1.หากแกนนำพรรคเพื่อไทยมีท่าทีอ้ำอึ้ง เช่น มีคำพูดประเภทที่ว่า ไม่สามารถบังคับพรรคอื่นได้ ออกมติบังคับสมาชิกพรรคตัวเองไม่ได้ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส. แม้จะย้ำว่าพร้อมปฏิบัติตามมติ 8 พรรคร่วมฯ - ถ้าเป็นแบบนี้ พึงสังวรณ์ไว้เลยว่า เพื่อไทยยึดเก้าอี้ประธานสภาแน่
2.หากวันประชุม 8 พรรคร่วมฯ 29 มิ.ย. มติออกมาให้โหวตสนับสนุนแคนดิเดตประธานสภาจาก 3 พรรค คือ ประธานสภาจากก้าวไกล รองประธานคนที่ 1 จากเพื่อไทย และรองประธานคนที่ 2 จากประชาชาติ - ถ้าเป็นแบบนี้ พึงสังวรณ์ได้เลยว่า เพื่อไทยยึดเก้าอี้ประธานสภาแน่ เพราะหากเพื่อไทยยอมเสียเก้าอี้ประธานสภา ก็จะเอารองประธานสภาทั้ง 2 คน
3.หากทุกอย่างพลิกผัน เพื่อไทยได้เก้าอี้ประธานสภา โดยแหกมติ 8 พรรคร่วมฯ (แม้จะเป็นการโหวตลับ จับไม่ได้ว่าใครแหกมติก็ตาม) อาจต้องมีแกนนำพรรคบางคนเซ่นสังเวย เช่น หัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ไปเป็นตัวแทนเจรจา อาจจะต้องลาออกจากการทำหน้าที่เจรจา เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
แต่ในความเป็นจริงคือเกมที่วางไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว