พร้อมกันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวโผครม.พิธา1 พี่เปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ ว่า แม้จะไม่รู้ว่าแหล่งข่าวคือใคร แต่ขอย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทยไม่มีปัญหาอะไรเลย จะพยายามเสียสละเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จ จึงไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องกระทรวง และการพูดคุยกับคณะทำงานประสานงานรัฐบาลเรื่องนี้ก็ยังไม่ลงตัว ตอนนี้ต้องเลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรีให้ได้ก่อน พร้อมย้ำอีกครั้งว่า การเลือกประธานสภาสำคัญที่สุด เพราะหากไม่ราบรื่นการจัดตั้งรัฐบาลจะลำบาก
ส่วนปัญหาโควต้าตำแหน่งประธานสภา ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง สิ่งที่ตนห่วงที่สุดจากประสบการณ์การทำงานมา 32 ปี ไม่ต้องการให้เกิดเหตุผลออกมารัฐประหาร จึงอยากขอร้องทุกฝ่ายให้เห็นประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะ 2 พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดต้องรู้ว่าตำแหน่งประธานสภาสำคัญ ไม่ใช่แค่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ยังมีความสำคัญแต่ยังมีความสำคัญกับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ขอฝากความหวังและให้กำลังใจไว้กับพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ให้พูดคุยกัน เสียสละเพื่อส่วนรวม เพราะถ้าไปโหวตแข่งกันเมื่อไหร่ ฝ่ายประชาธิปไตยจบแน่
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังได้ชี้แจงอีกว่า ตนไม่ได้เป็นส.ส.มา 19 ปี เนื่องจากกลไกรัฐประหาร การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง บ้าน 111 และรัฐธรรมนูญเผด็จการ
ทั้งนี้ยืนยันว่า พรรคไทยสร้างไทย จะผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งพรรคได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่สภาแล้ว ที่จะให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 และไม่ต้องทำประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มีปัญหาแค่ส.ว. 250 คน แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะเห็นฤทธิ์เดชของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เป็นกับดักใหม่ ซึ่งมีโทษ ถึงอาญาด้วย อาจทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้เกิดวิกฤติทางการเมือง จากนี้ไปจะมีแต่กลับระเบิด จึงต้องคืนประเทศและคืนอำนาจ การเขียนรัฐธรรมนูญให้กับประชาชน จากปลายปากกาประชาชนไม่ใช่กระบอกปืนจากเผด็จการ จากนี้ไปประเทศไทยจะไม่เจอแค่กับระเบิด เรื่องการเลือกประธานสภาหรือเลือกนายก แต่มีรัฐบาลแล้วก็จะเจอกับระเบิดถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญ