เนชั่นทีวี

การเมือง

"เพื่อไทย" เปิดห้องเคลียร์ใจ ปมยกประธานสภาฯให้ "ก้าวไกล"

21 มิ.ย. 2566 | tinakit_rat

"เพื่อไทย" เปิดห้องเคลียร์ใจ ปมยกประธานสภาฯให้ "ก้าวไกล"

"เพื่อไทย" เปิดห้องเคลียร์ใจ ปมยกประธานสภาฯให้ "ก้าวไกล" "อดิศร" ลั่น ต้องเป็นของ พท.เท่านั้น อ้างเสียงใกล้เคียง เหมาะสมกว่าทุกด้าน จะกินรวบทั้งหมด ไม่เห็นหัวเพื่อนไม่ได้ พร้อมขอโทษ "ภูมิธรรม" ที่ชวนทะเลาะ

21 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย ในช่วงครึ่งวันเช้า ไฮไลต์อยู่ที่การเปิดโอกาสให้ ส.ส. เปิดใจและแสดงความเห็น 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะประเด็นความไม่พอใจกับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มองว่าพรรคเพื่อไทยยกให้กับพรรคก้าวไกล

โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ได้เริ่มต้นกล่าวถึงกระบวนการทำงาน ในการเป็นตัวแทนพรรคไปทำหน้าที่เจรจาร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ที่ผ่านมาพวกตนได้ดำเนินการตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย  ซึ่งได้มีการพูดคุยเป็นทางการ 2 ครั้งเท่านั้น ครั้งแรกที่ร้านอาหาร Chez Miline ถ.สุโขทัย

ส่วนครั้งที่สอง เป็นการพูดคุยกันของ 2 พรรค ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล โดยสรุปของการพูดคุยคือ การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการ โดยทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จะได้พรรคละได้ 14 ที่นั่ง

ภูมิธรรม เวชยชัย

ขณะเดียวกันตนก็เสนอว่า เมื่อพรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประมุขฝ่ายบริหาร เป็น 14 + 1 ขณะที่พรรคเพื่อไทยแม้จะเป็นพรรคอันดับสอง แต่ก็มีจำนวน ส.ส.ต่างกันไม่มาก ดังนั้นเพื่อความเหมาะสมและเป็นกำลังใจให้กับกองเชียร์ เพื่อไทยเห็นว่าควรเป็น 14 + 1 เช่นกัน คือ ตำแหน่งประธานสภา ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ควรเป็นของพรรคเพื่อไทย แต่ว่าเรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ยังรอคำตอบจากพรรคก้าวไกล

ส่วนการให้ข่าวของตน และเลขาธิการพรรค(ประเสริฐ จันทรรวงทอง) อาจจะทำให้สมาชิกพรรคเกิดความไม่สบายใจหรือความไม่พอใจ เรื่องการยึดหลักการ เรื่องการยึดหลักพรรคอันดับหนึ่ง วันนี้(21 มิ.ย.) จึงเปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้แสดงความเห็นได้เต็มที่

อดิศร เพียงเกษ

โดยคนแรกที่แสดงความเห็นคือ นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกมาแสดงความเห็นไม่พอใจ ที่จะยกตำแหน่งประธานสภาฯให้กับพรรคก้าว อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าไม่เห็นด้วย โดยได้กล่าวชื่นชมพรรคก่อนว่าการสัมมนาในวันนี้ ที่จัดให้มีบรรยากาศเป็นประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมามีแต่การรับฟังโอวาทโดยไม่ได้แสดงความคิดเห็น 

จากนั้นได้แสดงความคิดเห็นเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯว่า ไม่เห็นด้วยที่พรรคเพื่อไทยได้ 141 เสียง ก้าวไกลได้ 151 เสียง แล้วพรรคเพื่อไทยจะเห็นด้วยกับก้าวไกลทุกอย่าง เพราะมองว่ามีศักดิ์ศรีเท่ากัน แม้เห็นด้วยกับการสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นอันดับ 1

แต่ไม่ได้หมายความว่าการได้ 151 เสียง เมื่อได้บริหารแล้วจะหาวเอาเดือนเอาดาว เกินพลังทางการเมืองที่ตัวเองมี มาเอาตำแหน่งประธานสภาฯไปด้วย ตนว่ามันง่ายไป ไม่ได้เห็นเพื่อนฝูงอยู่ในสายตา จึงออกมาพูดเรื่องนี้โดยไม่ได้นัดหมายกับใคร เป็นการสู้เพื่อให้พรรคเพื่อไทยยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ลูกน้องพรรคการเมืองใด

ส่วนที่ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย มาติความเห็นของตนก็เข้าใจ พร้อมระบุว่า ตนเจ็บปวด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถให้ตำแหน่งประธานฯสภากับพรรคก้าวไกล เพราะมีเสียงแค่ 151 หากมีปัญหาในสภาฯจะแก้ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการโหวตในสภาฯ 

พร้อมมองว่าพรรคเพื่อไทยมีบุคลากรที่เหมาะสมมากกว่า ตนไม่อยากเห็นสามเณรกับพระบวชใหม่ มาเป็นประธานสภาฯพร้อมย้ำว่า เพื่อไทยมีบุคลากรเหมาะสมหลายคน ทั้งคนที่อยู่ในห้อง คือ  นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค รวมถึง นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ตนก็เป็นได้ เรามีบุคลากรมาก อย่าเพิ่งไปยอมเขาง่ายๆ

นายอดิศร กล่าวต่อ ถึงอย่างไรตำแหน่งประธานสภาฯ ก็ควรจะเป็นของพรรคเพื่อไทย ทั้งโดยศักยภาพ โดยทฤษฎี พรรคก้าวไกลต้องถอย เพื่อให้รัฐบาลผสมที่จะเกิดในอนาคต เดินทางไปสู่การแก้ปัญหาบ้านเมืองได้  ปัญหานี้แก้ไม่ได้ก็เหมือนหินอยู่ในรองเท้า

“ขอโทษนายภูมิธรรมที่ทะเลาะกัน แต่เป็นการทะเลาะเพื่อแลกเปลี่ยน เพื่อให้พรรคเพื่อไทยยิ่งใหญ่ พรรคไม่ใช่สาขาของก้าวไกล เราเหนื่อย ต่อสู้ทุกเขตกับพรรคก้าวไกลทั้งนั้น พร้อมขอว่าทำงานการเมืองอย่าอ่อน ต้องแข็ง พรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์มากว่า 22 ปี  ต้องสรุปบทเรียน ประชุมกันบ่อยๆ แบบ ทูเวย์คอมมูนิเคชัน อย่าให้โอวาทอย่างเดียว” นายอดิศร กล่าว พร้อมทิ้งท้ายว่า “ถ้าเราร่วมมือกัน พรรคเพื่อไทยยิ่งใหญ่กว่าทุกพรรคในประเทศ” 

ประชุมส.ส.เพื่อไทย

ประชุมส.ส.เพื่อไทย

ข่าวล่าสุด