ส่วนกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ จะเสนอชื่อ นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นประธานสภาฯ นั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า มองอย่างไรก็ยังมองไม่เห็น และแม้การทำหน้าที่ของส.ส.ในการเลือกประธานสภา จะเป็นเอกสิทธิ์ แต่เมื่ออยู่ร่วมกันเป็นพรรคการเมือง หลักสำคัญที่ทิ้งไม่ได้คือเสียงข้างมาก เคารพเสียงข้างน้อย และใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน ดังนั้นกรณีถ้ามีความเห็นต่างหลากหลายก็ต้องมีความเห็นร่วมของพรรคก่อนที่จะไปทำโน่นทำนี่ ดังนั้นการที่ใครจะมาเสนอชื่อ หรือให้ใครเสนอชื่อ ก็เชื่อว่าพรรคสามารถมีความเห็นร่วมในเรื่องนี้ได้
ทั้งนี้ เราห้ามพรรคอื่นเสนอชื่อไม่ได้ แต่การบริหารจัดการของเราเอง จะเป็นไปตามมติพรรค ยกตัวอย่าง ถ้ามีการเสนอชื่อ นพ.ชลน่าน ขึ้นมา ตนก็จะประกาศถอนตัวกลางสภา เพราะมันต้องมีมติหรือเป็นเสียงข้างมาก ไม่เช่นนั้นจะเป็นความขัดแย้ง
เมื่อถามว่ามองการปล่อยข่าว เรื่องนี้อย่างไร นพ.ชลน่าน มองว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีประเด็นอะไรในมิติทางการเมือง และถือเป็นสีสัน แต่สถาบันการเมืองต้องมีหลักและยึดหลักให้มั่น
เมื่อถามย้ำอีกว่า ก่อนหน้านี้ก็มีการปล่อยข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะไปจับมือกับพลังประชารัฐ เป็นการทำลายพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า มันเป็นกระบวนการต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทย เจ็บเพราะเรื่องนี้เยอะ แม้กระทั่ง 141 เสียงที่ได้มาตอนนี้ก็เกิดจากเรื่องข่าวปล่อยทำลายพรรค
“มันเป็นกระบวนการต่อเนื่องเพื่อไทยเราเจ็บเพราะเรื่องนี้เยอะ 141 ที่ได้มา ส่วนหนึ่งก็เกิดจากเรื่องนี้ เขาสำเร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว เขาทำลายเพื่อไทยได้แล้ว เพื่อไทยยังจะโง่ให้เขาทำลายต่อ ผมเชื่อว่าเพื่อไทยจะไม่ทำแล้ว” นพ.ชลน่าน กล่าว
สำหรับ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ที่เป็น ส.ส. หน้าใหม่ มีสัดส่วนถึง 70 คน การสัมมนาวันนี้ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมภายใน โดยเปิดให้สื่อมวลชนเก็บภาพในช่วงแรก และให้เข้ารับฟังการบรรยายพิเศษของ 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในช่วงเย็นเท่านั้น