เมื่อถามถึงกระแสพรายกระซิบว่าจะมีการเปลี่ยนสูตรในการจัดตั้งรัฐบาล โดยนายอนุทิน ถามกลับว่าแล้วพรายเห็นหรือเปล่า แต่มี ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวหนึ่ง เดินทางไปพร้อมกับตนที่ประเทศอังกฤษ ก็เห็นว่าตนไม่ได้มีการพูดคุยดีลลับอะไร นอกจากการทักทายตามปกติและตามมารยาท ฉะนั้น ต้องดูความเป็นจริงด้วยว่าวันนี้ (15มิ.ย.) จะเป็นไปได้อย่างไร ที่จะโทรไปหาคนนู้นคนนี้ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
"เพราะเราไม่ได้มาเป็นพรรคในลำดับที่ 1 ต้องรอทุกอย่างให้มันดำเนินไป ว่าสถานการณ์จะราบรื่นอย่างนี้ไปตลอด จนถึงขั้นตอนการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าเป็นเราก็อย่าไปเป็นอุปสรรคให้เขา เพราะประเทศมันควรจะมีรัฐบาลต่อเนื่องตลอดเวลา" นายอนุทิน กล่าว
ส่วนหากสถานการณ์ยืดเยื้อเช่นนี้จะส่งผลกระทบกับด้านใดบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า มันยังไม่ยืดเยื้ออะไร ทุกอย่างยังคงเดินหน้าไป วันนี้กกต.ก็เริ่มทยอยแจ้งมาว่าติดขัดอะไร เพราะฉะนั้นดูแนวโน้มมันก็เป็นไปตามไทม์ไลน์ที่เซ็ตเอาไว้
เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการรวบรวมรายชื่อ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นส.ส.ตามมาตรา 82 ภายหลังจากที่ กกต. มีการรับรอง นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับหลักฐาน และข้อกล่าวหาต่างๆ แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยก็ดูแลในส่วนของพรรค แต่ถ้าหากใครทำผิดกฎหมายโจ๋งครึ่ม จนก่อความเดือดร้อนต่อสาธารณะ ก็จะต้องมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่หากอยู่ดีๆแล้วไปมีการแต่งเติมขึ้นมา ตนขอยืนยันว่าไม่มี พรรคภูมิใจไทยนั้นทำไม่เป็น เพราะคำนึงถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองเป็นหลัก แต่เรื่องส่วนตัวมันก็จะลำบาก เพราะมันจะต้องไปแต่งเติมเสริมแต่ง อะไรเยอะแยะไปหมด
ส่วนเป็นห่วงกองเชียร์ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ควรใช้เหตุใช้ผล และบ้านเมืองเป็นหลัก ถ้าบ้านเมืองไม่สงบ มันก็จะไม่กระทบเฉพาะคนที่อยู่แต่ในสภาฯ แต่มันจะกระทบกับระบบเศรษฐกิจ การจ้างงาน การลงทุน การท่องเที่ยว รวมไปถึงสาธารณประโยชน์ต่างๆ ฉะนั้นคนเป็นผู้แทนเข้ามาอาสาทำงานให้กับประชาชน ก็ควรที่จะคำนึงถึงสาธารณประโยชน์สิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งพรรคภูมิใจไทยคิดแบบนี้จึงไม่ค่อยมี การกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดอุปสรรค
สำหรับความเห็นต่อสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหากการจัดตั้งรัฐบาลนั้นเกิดขึ้นช้า โดยมองว่ายังไม่ช้า เนื่องจากทุกอย่างยังอยู่ในขั้นกระบวนการ แล้วจริงๆแล้วขั้นตอนการรับรองสมาชิกภาพของส.ส. ก็ทยอยออกมาแล้ว โดยการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ก็ใช้ระยะเวลาเกือบ 60 วัน แต่ปีนี้ใช้เวลาเพียงแค่เดือนเดียวเอง