เมื่อถามว่า ตำแหน่งประธานสภา มีการมองว่าหากเป็นของพรรคเพื่อไทยจะทำให้การตั้งรัฐบาลของก้าวไกลยากขึ้นหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ประธานสภาถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญ แต่มีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงความเป็นกลาง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลอะไรเท่าไร
ส่วนจะมีการฟ้องกลับใครหรือไม่ในคดีเรื่องหุ้นไอทีวี นายพิธา ระบุว่า คณะทำงานกฎหมายของพรรครวบรวมข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ปรากฏหรือไม่ปรากฏอยู่ในหน้าสื่อก็ตาม ที่มีผู้หวังดีส่งมาให้เรื่อยๆ ก็ได้รวบรวมไว้ ส่วนจะดำเนินคดีหรือไม่ ยังไม่ได้เป็นปัจจัยที่ตัดสินใจในตอนนี้ แต่มีการสะสมข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากลอยู่เรื่อยๆ แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง
"ผมย้ำว่าไม่ได้กังวลใจการเรื่องคดี ถ้าการตัดสินเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมตามหลักฎีกา ไม่ว่าจะเป็นศาล รัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา และศาลอาญา ผมมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน" นายพิธา กล่าว
สำหรับกรณีที่ "นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไปยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม กรณีหุ้นไอทีวีกับกกต. โดยระบุว่า การโอนหุ้น เป็นการโอน ไม่ได้สละมรดกนั้น นายพิธา ระบุว่า ข้อเท็จจริงต้องแยกกัน โอนก็คือโอน สละก็คือสละ และตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไป ว่าไม่ใช่เป็นการขายหุ้น แต่เป็นการโอนหุ้น ส่วนเรื่องมรดกขอให้รอฟังอีกครั้ง
นักข่าวถามอีกว่า ในฐานะทายาท นายพิธายืนยันว่าเป็นการสละมรดกส่วนนี้หรือไม่ นายพิธา ตอบว่า ไม่ยืนยัน แต่ต้องไปพูดคุยกันอีกครั้ง เพราะการสละมรดกกับการโอน เป็นคนละเรื่องกัน แต่ที่ยืนยันได้ การโอนหรือการถือหุ้นไอทีวี ทำในฐานะผู้จัดการมรดก ไม่ใช่ทำในนามส่วนตัว
ส่วนกรณีที่ "นายนิวัตไชย เกษมมงคล" เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า นายพิธาได้ยื่นเอกสารต่อ ป.ป.ช. กรณีการถือหุ้นไอทีวี โดยแนบเอกสารคำสั่งศาล ว่าเป็นผู้จัดการมรดกมานั้น ตนเองยื่นเอกสารแล้วตามที่เลขาฯ ป.ป.ช. ระบุ
ส่วนคดี กกต. ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นว่า กกต.สงสัยหรือจะพิจารณาประเด็นใด ก็จะตอบสนองให้ตรงกับประเด็นที่ กกต. ตั้งเรื่องมา ทุกวันนี้ (14มิ.ย.) ยังไม่มีการตั้งเรื่องมา ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร และทุกครั้งที่มีการพูดคุยกัน เลขาฯ ป.ป.ช. ได้พูดแล้ว ตนค่อนข้างรัดกุมในการเตรียมเอกสารยื่นกับ ป.ป.ช. ตั้งแต่สมัยเป็น ส.ส. อนาคตใหม่
เมื่อถามว่า กรณีที่ เลขาฯ ปปช.ระบุถึงการตรวจสอบเอกสารไปที่ศาล แต่ศาลไม่มีต้นขั้วอยู่แล้วนั้น นายพิธา มีต้นขั้วหรือไม่ นายพิธา ตอบว่า เป็นเอกสารที่แต่งตั้งให้ตนเองเป็นผู้จัดการมรดกตั้งแต่ปี 2550 ตอนนี้ ล่วงเลยมา 16-17 ปีแล้ว อาจจะไม่มีเอกสารตรงนั้น แต่ถึงเวลาถ้าเป็นเอกสารที่ต้องพูดคุยกัน ก็รอให้ กกต. ขอมาก่อนดีกว่า ค่อยไปตอบกันในเรื่องนั้น
"ผมอยากจะให้ความมั่นใจกับประชาชนที่เลือกพรรคเรามา การจัดตั้งรัฐบาลยังเดินหน้าไปเรื่อยๆ คณะทำงานยังทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อพูดคุยปัญหาของประชาชน อย่างเรื่องน้ำประปา ก็ได้มอบหมายให้คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ และการลดความเหลื่อมล้ำให้ไปศึกษาเบื้องต้น การเดินหน้าแก้ไขปัญหาของประชาชนยังเป็นวาระสำคัญ แม้มีขวากหนาม หรือมีเรื่องการเมืองมา ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสามารถทุกอย่างชี้แจงได้ด้วยข้อกฎหมายและหลักฐานไม่มีอะไรน่ากังวลใจ" นายพิธา ระบุ
ส่วนที่อยากจะสร้างขวัญและกำลังใจประชาชนอย่างไรได้บ้าง เพราะอาจมีอำนาจบางอย่าง นายพิธา ระบุว่า ประเทศควรขับเคลื่อนด้วยความหวัง ไม่ใช่ความกลัว แน่นอนว่า อาจมีเกมการเมืองหลายเรื่องที่อาจทำให้รู้สึกเบื่อ กังวลใจ หรือกลัว ถ้าหากรู้สึกตามเมื่อไหร่ ก็จะแพ้ทันที เพราะฉะนั้น ต้องมีความหวังอยู่ตลอดเวลาว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ในประเทศไทย