เนชั่นทีวี

การเมือง

"วิษณุ" แจง จ้อปม ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ ให้จับตาคำร้อง-คำสั่งศาล

14 มิ.ย. 2566 | sirisak_rue

"วิษณุ" แจง จ้อปม ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ ให้จับตาคำร้อง-คำสั่งศาล

"วิษณุ" แจง ปมสัมฯวานนี้ ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ เหตุ ศาลรธน.ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏบัติหน้าที่ โยน รอดูคำร้อง-คำสั่งศาล ไม่ขอตอบ ม.82 หวั่นชี้ช่องทำทัวร์ลง รอมีตำแหน่ง ส.ส.-ส.ว. เข้าสอยทีหลังได้หรือไม่ รู้มีปัญหาแต่เดินหน้าเลือกต่อ ต้องรับผิดเอง

14 มิถุนายน 2566 นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย​ เผยถึง​กรณีให้สัมภาษ​ณ์วานนี้ที่ระบุว่า​ หากผู้ที่ถูกศาลรัฐมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่​จะสามารถเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่​ ว่า​ เมื่อวานนี้คำถามมันหลายคำถาม ตั้งต้นถามตนจาก มาตรา 151 แล้วก็ไม่รู้ว่าขยับกระโดดคำถามไปเป็นคำถามในมาตรา 82 เมื่อใด ซึ่งหลักง่ายๆที่เขามาโต้แย้งตน​ ถ้าเป็นไปตามข่าวว่าตนได้พูดอย่างนั้นก็ถูกต้องแล้ว เพราะต้องเรียงลำดับเรื่องการฟ้องตามมาตรา​ 151 

"วิษณุ" แจง จ้อปม ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ ให้จับตาคำร้อง-คำสั่งศาล

ศาลจะสั่งให้หยุดปฏิบัติ​หน้าที่​ไม่ได้​ เพราะเป็นการฟ้องตามศาลอาญาปกติ ศาลที่จะสามารถสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้คือศาลรัฐธรรมนูญ และอยู่ที่ว่าขั้นตอนการหยุดปฏิบัติหน้าที่จะหยุดเมื่อใด ซึ่งหน้าที่มีเมื่อไหร่ คือเริ่มต้นจากการรับรองผลการเลือกตั้ง หลังจากนั้นเป็นการรายงานตัว และมีการเสด็จฯเปิดประชุมสภาฯ​ และมีขั้นตอนการเลือกประธานสภาฯ​ โดยใช้ส.ส.ผู้ที่มีอาวุโสสูงสุด​ 

โดยให้สมาชิกได้ปฏิญาณตนจึงถือว่าเป็นส.ส.​ แต่ความเป็นส.ส.ที่จะเข้าชื่อกัน จำนวน 1 ใน 10 มันจะเกิดขึ้น เมื่อได้มีการปฏิญาณตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว​ พร้อมยกตัวอย่างนายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล​ ว่าสามารถปฏิญาณตนได้ในฐานะส.ส. แต่หากศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก็ต้องดูว่าศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ใดตำแหน่งใด​ แต่หากไม่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี สามารถดำเนินกระบวนการนั้นไปได้ เว้นแต่มีในคำร้อง​ ซึ่งตนไม่อยากชี้ช่องว่าในคำร้องได้ร้องอะไรยืดยาวมากกว่านี้ ซึ่งถ้าศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด ก็ไม่สามารถเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้

"วิษณุ" แจง จ้อปม ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ ให้จับตาคำร้อง-คำสั่งศาล

เนื่องจากหากเสนอไปแล้ว แต่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้จะเอาความไปกราบบังคมทูลฯว่าอย่างไร​ และเมื่อทรงแต่งตั้งแล้ว​ ตั้งรัฐมนตรีก็ไม่ได้​ เพราะผู้ที่ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ​ คือนายกรัฐมนตรี​ แต่กระบวนการจะต้องเกิดขึ้นตามลำดับอย่างนี้​ แต่นี้ไม่ทราบว่าศาลจะสั่งอย่างไรในเวลานั้น​ เหมือนกับกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ ก็ยังทำหน้าที่ได้ เพราะศาลไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่รมว.กลาโหม ดังนั้นสิ่งที่เขาโต้แย้งตนมาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่ว่าหยิบประเด็นกันขึ้นมาคนละประเด็นกัน

เมื่อถามว่ามีกฎหมายใดห้ามเสนอชื่อแคนดิเดต​นายก​รัฐมนตรี​หรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ไม่มี​ แต่ตนไม่รู้ว่าคำร้องจะว่าอย่างไร ซึ่งถ้าตนแสดงความคิดเห็นจะหาว่าชี้ช่องให้ร้องอีก ตนจึงไม่ขอตอบในส่วนนี้

เมื่อถามย้ำว่าทั้งหมดอยู่ที่คำร้องของผู้ร้องใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่ และอยู่ที่คำสั่งของศาลด้วย​ ร้องไป​ 5 เรื่อง ศาลสั่งแค่ 2 เรื่องก็ไม่ได้

"วิษณุ" แจง จ้อปม ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ ให้จับตาคำร้อง-คำสั่งศาล

เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วจะอยู่ที่ดุลยพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทสำคัญที่สุด​ ที่จะรับมือเรื่องนี้​ (handle)​ เนื่องจากมีลายเซ็นของประธานสภาผู้แทนราษฎรเพียงผู้เดียวในการกราบบังคมทูลเรื่องนี้ เพราะเวลาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จะมีคำว่า​ ส่งพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี เพื่อปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

เมื่อถามว่าบทบาทของประธานสภาฯ​หากเห็นอะไรสมควร หรือไม่สมควร​ จะต้องดำเนินการตรงนี้ใช่หรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า อยู่ที่ตรงนี้ที่จะต้องรับผิดชอบ เหมือนการเสนอแต่งตั้งข้าราชการ จะมาจากกระทรวงใดก็ช่าง นายกรัฐมนตรีเป็นคนเซ็น​ นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเมื่อกลับมาที่เรื่องที่ตนพูดเมื่อวานนี้

"วิษณุ" แจง จ้อปม ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ ให้จับตาคำร้อง-คำสั่งศาล

เมื่อถามว่าเรื่องนี้อยู่ที่ประธานสภาฯใช่หรือไม่ที่ต้องทำให้ถูกต้อง​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ถูกต้อง​ เริ่มต้นพอเสนอชื่อประธานสภาฯจะรับชื่อนั้นหรือไม่​ ถ้าทำไม่รู้ไม่ชี้ก็รับมาและก็ต้องมีการโหวตแข่งอยู่แล้ว​ 2-3 ชื่อก็ว่ากันไป​ เมื่อสอบตก​ ไม่ได้ประธานสภาฯไม่ต้องรับผิดชอบ​ แต่หากได้ขึ้นมาประธานสภาฯต้องคิดหนัก​

เมื่อถามว่าหากส.ส.โหวตรายชื่อที่มีปัญหาแล้วได้รับการเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ​จะมีปัญหาด้วยหรือไม่ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ถูกต้อง​ ทั้งสอง ส.ส.และส.ว.​ เป็นเพียงการรับผิดชอบทางการเมือง​ แต่ไม่มีการรับผิดชอบทางกฎหมาย​

เมื่อถามว่าหากพิจารณาตามข้อกฎหมาย จะมีเฉพาะตำแหน่งส.ส. หรือนายกรัฐมนตรีที่ศาลสั่งปฏิบัติหน้าที่ แต่ตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตราบใดที่ยังไม่ได้ลงตำแหน่ง อาจจะยังไม่มีกฎหมายที่ระบุให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ล่วงหน้าใช่หรือไม่ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ตนไม่กล้าตอบ เพราะเราไม่เคยมีตัวอย่าง ศาลอาจจะสั่ง​ หรือไม่สั่งก็ได้ การสั่งตามมาตรา 82 เป็นการสั่งในตำแหน่ง ส.ส. ส.ว.​ และรัฐมนตรี

"วิษณุ" แจง จ้อปม ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ ให้จับตาคำร้อง-คำสั่งศาล

เมื่อถามถึงกรณี ของนายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีการร้องแค่เรื่องส.ส.เพียงอย่างเดียว จึงสามารถฌโหวตนายกรัฐมนตรีได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ ​กล่าวว่า​ ใช่​ ตอนนั้นไม่มี​ แต่หากมีคำร้องในตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯพ่วงมาด้วยก็จะเกิดปัญหา​ ซึ่งเราไม่มีตัวอย่างมาก่อน จึงไม่สามารถเปรียบเทียบได้

หากจะร้องในกรณีดังกล่าวต้องให้นายพิธา​ เป็นนายกรัฐมนตรี​ก่อนใช่หรือไม่​ นายวิษณุ กล่าวว่า​ ตนไม่ขอชี้ช่อง​ ถ้าตอบคุณตรงนี้เท่ากับชี้ช่อง

ส่วนหากโหวตนายกรัฐมนตรีแล้วไม่ผ่าน​ วาระจะถูกค้างอยู่ในสภาฯใช่หรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ หากโหวตได้ไม่ถึงครึ่งวาระนี้ก็อยู่ในสภาฯ​ ถูกแล้ว​ แต่ถ้าตนพูดอย่างนี้ก็จะเป็นการถูกมองว่าชี้ช่องให้รัฐบาลอยู่ยาว ก็ควรทำให้มันเสร็จให้เร็ว วันนี้ไม่เสร็จพรุ่งนี้ก็เลือก มะรืนก็เลือก​

"วิษณุ" แจง จ้อปม ม.151 ไม่ทำ "พิธา" สะดุดเป็นนายกฯ ให้จับตาคำร้อง-คำสั่งศาล

ส่วนมองอย่างไรที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ​ ก​กต. เพ่งเล็งการดำเนินคดีต่อนายพิธา​ ม.151 โดยไม่มีสารตั้งต้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบ เพราะรู้ว่าธงของคำตอบคืออะไร

ส่วนกรณีที่นายสมชัย​ ศรีสุทธิยากร ออกมาวิจารณ์ข้อกฎหมายที่เปิดช่องให้ส.ว. เข้าชื่อหนึ่งในสิบ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของส.ส. ตามมาตรา 82 สามารถทำได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ​ กล่าวว่า สามารถทำได้​ เนื่องจากมาตรา 82 ไม่มีบทเฉพาะการสามารถใช้ได้ตลอด

ข่าวล่าสุด