“ท่านผู้การจรูญเกียรติ ประวัติท่านก็ตรงฉิน ยังมีความไว้วางใจ แต่ที่ผมบอกว่าการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจไป ณ จุดนี้ ทางเราเองก็ยังไม่มีอำนาจบริหาร หรืออำนาจหน้าที่เข้าไปสั่งการ คงต้องเชื่อใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ”
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่คงต้องทำหลังจากนี้ คงจะต้องดึงเอากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎกระทรวง ประกาศต่างๆ รวมถึงพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก เข้ามาพิจารณาในรายละเอียดว่ามีกฎหมายอะไรที่ไม่สอดคล้องกับหน้างานจริง และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรีดไถประชาชน นอกจากนี้ยังต้องดูไปถึงเรื่องโทษและวิธีบังคับใช้กฎหมายด้วย ว่าเป็นการให้ดุลยพินิจหรืออำนาจกับเจ้าหน้าที่ที่ล้นเกินไปหรือไม่
ส่วนที่พรุ่งนี้(6 มิ.ย.)จะมีการประชุมคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ในคณะทำงาน แต่การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นก็อยู่ใน MOU มีความสำคัญ คงต้องพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงอีกหลายเรื่อง เช่น การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การเรียกรับผลประโยชน์ในขั้นตอนการจดทะเบียนและต่อทะเบียน การขออนุญาตใช้รถบรรทุก คงต้องนำเข้าหารือในรายละเอียด