เมื่อถามถึงกรณี นายเสกสกล อัตตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมเก็บของออกจากทำเนียบ ดังนั้นทางพรรคก้าวไกลก็ระวังว่า จะเป็นการฝันค้าง ยังมีอีกหลายด่านกว่าจะตั้งรัฐบาลได้ นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่เห็นว่า นายเสกสกล พูดถึงอะไร ทั้งนี้มองด้วยความเข้าใจว่า เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านทางอำนาจแล้ว ปกติคนที่เขาแพ้เลือกตั้ง ก็จะต้องยินดีกับผู้ที่ชนะ แล้วก็ยอมแพ้ และส่งมอบงานให้กับรัฐบาลต่อไป หากเอาประชาชนเป็นที่ตั้งก็จะไม่หลุดจากหลักการตรงนี้ แต่อาจจะยังคงมีเรื่องของสภาล่างและสภาสูงในลักษณะนี้มากกว่า
เมื่อถามถึงกรณีที่สภาแรงงาน ระบุ ถึงกรณีค่าแรง 450 บาท ถ้าพรรคก้าวไกลไม่สามารถทำได้ภายใน 100 วันแรก ก็จะไปร้องกกต.ว่า สัญญาแล้วทำไม่ได้นั้น นายพิธา ยืนยันว่า 100 วันแรก ตามกฎหมายก็จะต้องให้ไตรภาคีที่เป็นลูกจ้าง 5 คน นายจ้าง 5 คน ฝ่ายของรัฐอีก 5 คน มาพูดคุยกัน หากลูกจ้างเห็นด้วยว่า 450 บาทเป็นราคาที่เหมาะสม แล้วทุกวันนี้ต้นทุนในการใช้ชีวิตสูงมาก
หากเป็นไปแบบนี้ก็คิดว่าสามารถเป็นไปได้ใน 100 วันแรกว่า จะมีการเจรจากันเกิดขึ้น และในขณะนี้ก็จะต้องใช้โอกาสในการเจรจากับนายจ้างและSME ที่กลัวว่าจะมีผลกระทบ ต้องพูดถึงว่า ไม่ได้มีค่าแรงอย่างเดียว แต่จะมีการอัพสกิล รีสกิลให้แรงงานมีคุณภาพของ และการดูแลSMEที่จะทำให้ผลกระทบจากค่าแรง ได้บรรเทาลง และเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส และเพิ่มระบบควบคุมอัตโนมัติให้กับการทำงานมากขึ้น ซึ่งรัฐจะมีแพ็กเก็จในการช่วยเหลือประคับประคอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลใจ