นายเรืองไกร กล่าวต่อ หลักฐานต่างๆที่ได้มานั้น ตนได้มาจากนักการเมืองเป็นผู้ให้มา และเมื่อได้ข้อมูลมาก็ได้กลั่นกรองแล้ว หากวันนี้กกต.รับรอง แล้วยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตนจะขอให้นักการเมือง เมื่อมีการประกาศรับรอง สมาชิกภาพสามารถร้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับกรณีการถือหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คู่ขนานกับการยื่นร้องต่อกกต.
ขณะเดียวกันหากนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ตนจะบอกไปยังส.ว.จำนวน 1 ใน10 สามารถร้องนายกรัฐมนตรีได้ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ
"การยื่นร้องเรียนกกต.ในวันนี้ ไม่ใช่เงื่อนไขให้ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด เมื่อมีเหตุให้ตรวจสอบตนก็ร้อง แต่เมื่อร้องแล้วจะใช่หรือไม่ใช่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนยืนยันก่อนหน้าพนักงานสอบสวนว่า การให้การของตนนั้นเป็นไปตามข้อเท็จจริง เพราะหากผลให้การเท็จก็ติดคุก ไม่ใช่เรื่องสนุก อีกทั้งหากพบว่าไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้กระทำความผิด ตนก็พร้อมที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนทันทีหากมีเรื่องต้องร้อง" นายเรืองไกร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายเรืองไกรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายวรัญชัย โชคชนะ ได้มายืนถือป้ายประกบวงสัมภาษณ์ โดยมีข้อความระบุว่า ขอให้กำลังใจและสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี อย่าให้เหมือน"สมัคร ทำกับข้าว" และเดินประกบนายเรืองไกร พร้อมตะโกน ขณะนายเรืองไกรยื่นเรื่องต่อกกต.