svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

ทำความรู้จัก “เรืองไกร” ฉายาแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้ร้องสอบปมพิธาถือหุ้นไอทีวี

11 พฤษภาคม 2566
1.1 k

สำรวจบทบาททางการเมืองของ “เรืองไกร” จากมือปราบทักษิณ มือปราบสมัคร ก่อนย้ายข้างมาอยู่กับ “เพื่อไทย” ปัจจุบันเขาอยู่กับ “พลังประชารัฐ” โดยล่าสุดได้ร้องต่อ กกต. ให้สอบปม “พิธา” ถือหุ้นไอทีวี

ชื่อของ "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" กลับมาอยู่ในกระแสข่าวอีกครั้ง จากการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุด ยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบการถือครองหุ้นไอทีวีของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยปัจจุบัน “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” เป็นผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ อันดับที่ 22 ของ “พลังประชารัฐ” มีเส้นทางชีวิตทางการเมืองที่สลับขั้วไปมาอย่างน่าปวดเศียรเวียรเกล้า ดังต่อไปนี้  

ไล่บี้ “ทักษิณ” กรณีขายหุ้นชินคอร์ป

ถ้าโฟกัสชีวิตของ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ในบทบาททางการเมือง ผลงานที่ทำให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก จนเรียกได้ว่า อยู่ในระดับแจ้งเกิด ก็คือการไล่ขยี้บี้ “ทักษิณ ชินวัตร” กรณีขายหุ้นชินคอร์ป โดยไม่เสียภาษี เมื่อช่วงต้นปี 2549 ก่อนที่ “รัฐบาลไทยรักไทย” จะถูกรัฐประหารในปี 2549

โดยครั้งนั้น “เรืองไกร” ยกเคสขอองเขาเองที่ซื้อหุ้น “บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)” ต่อจากพ่อ ในราคา 10 บาท จากราคาตลาด 21 บาท และต้องเสียภาษี เปรียบเทียบกับกรณีตระกูลชินวัตรขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ป แต่ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งที่สองบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เช่นเดียวกัน และได้มีการยื่นฟ้อง “กรมสรรพากร” ว่า 2 มาตรฐาน

ซึ่งในปี 2549 “เรืองไกร” ก็ได้ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ว. กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ทำความรู้จัก “เรืองไกร” ฉายาแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้ร้องสอบปมพิธาถือหุ้นไอทีวี

ยื่นฟ้อง “สมัคร” กรณีทำรายการอาหารระหว่างดำรงตำแหน่ง จนตกเก้าอี้นายกฯ  

ถึงแม้ “เรืองไกร” จะสอบตกในเวที ส.ว. ในปี 2549 แต่ต่อมารัฐธรรมนูญ ปี 2550 หลังการรัฐประหาร ก็กำหนดให้มีทั้ง ส.ว. เลือกตั้ง และแต่งตั้ง โดย “เรืองไกร” ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ส.ว.สรรหา ซึ่งก็คือ "ส.ว. แต่งตั้ง" นั่นแหละ ในปี 2551 และอยู่ในกลุ่ม 40 ส.ว. ที่มีบทบาททางการเมืองพอสมควรในช่วงเวลานั้น

โดยระหว่างที่เขาทำหน้าที่ ส.ว.แต่งตั้ง ก็ได้สร้างผลงานที่สะท้านสะเทือนการเมืองไทยเป็นอย่างมาก จากการยื่นฟ้องร้อง “สมัคร สุนทรเวช” นายกรัฐมนตรีในเวลานั้น จากกรณีจัดรายการอาหารทางโทรทัศน์ และศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ตัดสินให้ “สมัคร” พ้นจากตำแหน่งนายกฯ  ทำให้ชื่อของ “เรืองไกร” เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมกับฉายา “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์”

ทำความรู้จัก “เรืองไกร” ฉายาแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้ร้องสอบปมพิธาถือหุ้นไอทีวี

เปลี่ยนขั้วทางการเมืองครั้งที่ 1

หลังจากกรณีไล่ขยี้ “ทักษิณ” ปมขายหุ้นชินคอร์ป กระทั่งเคสสอย “สมัคร” ตกเก้าอี้นายกฯ ภาพลักษณ์ของ “เรืองไกร” ในสายตาคนทั่วไป ก็คือศัตรูตัวกลั่นของ “พรรคเพื่อไทย”

แต่ในปี 2553 ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ “เรืองไกร” ก็ได้สร้างความฉงนให้กับสังคม เนื่องจากได้เข้าร่วมเวทีเสวนากับ "กลุ่ม นปช." หรือ “กลุ่มคนเสื้อแดง” หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งต่อมาเขาก็ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

โดยช่วงต้นปี 2557 เขาได้ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในนาม “พรรคเพื่อไทย” แต่การเลือกตั้งดังกล่าว ถูกตัดสินให้เป็นโมฆะ และหลังการรัฐประหารปี 2557 “เรืองไกร” ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ถูก คสช. เรียกเข้าไปปรับทัศนคติ

แต่หลังจากนั้นท่าทีของเขาก็ยังคงเหนียวแน่นกับ “พรรคเพื่อไทย” โดยในปี 2561 เขาก็ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ขอให้อายัดนาฬิกาหรูและแหวนเพชร ของ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" มาตรวจสอบว่า เป็นทรัพย์สินที่ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ ?

และในปีเดียวกันนั้นเขาก็ได้สมัครเป็นสมาชิก “พรรคไทยรักษาชาติ” ซึ่งก็เป็นเครือข่ายของ “พรรคเพื่อไทย” ก่อนที่จะถูกยุบพรรคในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2562 แต่หลังจากนั้นบทบาทการทำหน้าที่ต่างๆ ของเขา ก็ถูกมองว่า ยังคงแนบแน่นอยู่กับฝั่งเพื่อไทย

ทำความรู้จัก “เรืองไกร” ฉายาแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้ร้องสอบปมพิธาถือหุ้นไอทีวี

เปลี่ยนขั้วทางการเมืองครั้งที่ 2

กระทั่งในปี 2564 “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ก็ได้สร้างเซอร์ไพรส์ทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อชื่อของเขาปรากฏอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ในโควต้าของ "พรรคพลังประชารัฐ" โดย “เรืองไกร" ได้ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า เขาห่างๆ จาก “พรรคเพื่อไทย” มาสักระยะแล้ว

ซึ่งระหว่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว และมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ “เรืองไกร” ก็เล่นใหญ่ ชูป้ายที่มีข้อความว่า “บิ๊กตู่อยู่ยาวๆ” เพื่อแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพรรคพลังประชารัฐแบบสุดๆ

ต่อมาช่วงต้นปี 2565 “เรืองไกร” ก็ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิก “พรรคพลังประชารัฐ” ก่อนสมัครเป็นสมาชิกอีกครั้ง เมื่อช่วงปลายปี 2565 ปัจจุบันเขาเป็นผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของ “พรรคพลังประชารัฐ” อันดับที่ 22

และก่อนวันเลือกตั้งครั้งนี้ ชื่อของ “เรืองไกร” ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง จากการที่เขายื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าถือหุ้นในไอทีวี ? เข้าข่ายขัดต่อคุณสมบัติการเป็น ส.ส. หรือไม่ ?

และก็ช่วยไม่ได้ที่หลายคนจะโยงเรื่องนี้ไปยังประเด็นทางการเมือง เพราะจังหวะเวลามันเป๊ะเกินที่จะอ้างว่าบังเอิญ รวมถึง “พิธา” เอง ก็เป็น ส.ส. มา 4 ปี แต่ก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้มีการนำประเด็นดังกล่าวมาขยี้แต่อย่างใด

ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบกับ “พิธา” และ “พรรคก้าวไกล” ในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร จะสามารถหยุดความร้อนแรงลงได้ หรือยิ่งทำให้คะแนนของ “พรรคก้าวไกล” พุ่งกระฉูดยิ่งขึ้นๆ ไปอีก ?  

ทำความรู้จัก “เรืองไกร” ฉายาแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้ร้องสอบปมพิธาถือหุ้นไอทีวี

ทำความรู้จัก “เรืองไกร” ฉายาแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้ร้องสอบปมพิธาถือหุ้นไอทีวี

อ้างอิง

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ