เมื่อถามถึง กรณีการโหวตของสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)หากไม่ครบ วางแผนอย่างไรต่อ นายพิธา ชี้แจงว่า ตอนนี้ยังดูไม่น่ามีปัญหา และเท่าที่คณะเจรจาอัปเดตให้ฟัง ยังมองว่าเป็นเรื่องของระบบมากกว่าตัวบุคคล ซึ่งจะต้องประคับประคองไม่อยากให้ประเทศถึงทางตัน และส่วนตัวก็มีการพูดคุยกับคณะกรรมการที่เจรจากับ ส.ว.มาแล้วส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่ขอเปิดเผย รวมถึงส่วนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจก็มีการติดต่อขอพบ ทั้งจากก้าวไกลเองติดต่อไปและจากพรรคร่วมที่ส่งคอนแท็กมาให้ติดต่อไป
สำหรับการมาที่มาสภาอุตสาหกรรมวันนี้ ก็มีสมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน ก็เคยทำงานร่วมกันมาในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย และได้โทรศัพท์เข้ามาหาตนเองด้วย ทำให้เรื่องของความแน่นอนมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ประชาชนสบายใจ นักธุรกิจนักลงทุนจากต่างประเทศเริ่มสบายใจ ความมีเสถียรภาพของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น
เมื่อถามถึงเรื่อง ม.112 ที่พรรคร่วมอย่าง ไทยสร้างไทย และเสรีรวมไทย ไม่เอาทั้งยกเลิกและแก้ไข จะมีผลกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่มีความกังวล เพราะได้พูดคุยกันตั้งแต่เวทีดีเบตแล้ว และก่อนเซ็น MOU ก็ได้พูดคุยกันอีกครั้งและเข้าใจว่า เป็นวาระเฉพาะของแต่ละพรรค ยืนยันว่า ไม่คิดว่า พรรคก้าวไกลจะโดดเดี่ยวในการแก้ไข ม.112 เพื่อให้ความสัมพันธ์ของสถาบันกับประชาชนเป็นไปในทางที่ดีขึ้น
เมื่อถามถึง กรณีที่ภาคเอกชน อยากให้ตั้งรัฐบาลก่อนสิงหาคมนี้เป็นไปได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า มีกรอบของกฎหมายอยู่ว่า กกต.(คณะกรรมการการเลือกตั้ง) จะรับรอง ส.ส.เมื่อไร ถ้า กกต.รับรองได้เร็ว และกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้แบบนี้ก็น่าจะเร็วขึ้น