ด้วยระบบการเมืองแบบไทยๆ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 พรรคที่ชนะเลือกตั้ง และสามารถรวมเสียง ส.ส. ได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ก็ยังไม่สามารเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ จนกว่าจะมีการโหวตเลือกนายกฯ ของทั้ง 2 สภา (ส.ส. + ส.ว.) และได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภา คือ 376 เสียง
ซึ่งในกรณีของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกฯ ของ “พรรคก้าวไกล” ที่ชนะเลือกตั้ง โดยได้จำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น 152 คน และสามารถรวบรวม ส.ส. ได้ 314 คน จาก 9 พรรคการเมือง แต่ก็ยังต้องลุ้นในขั้นตอนต่อไป ว่าจะได้รับเสียงโหวตจากทั้ง 2 สภาเกิน 376 เสียง ส่งให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ได้เป็นนายกฯ ตามเจตนารมณ์ของประชาชนหรือไม่
และถ้าสมมติ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ได้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ในปีนี้ (2566) เขาจะขึ้นแท่นเป็นนายกฯ ที่มีอายุน้อยที่สุด อันดับที่ 5 ในประวัติศาสตร์ไทย โดยผู้ที่เป็นนายกฯ ที่มีอายุน้อยที่สุด 6 อันดับแรกอย่างเป็นทางการ มีดังต่อไปนี้