ในขณะที่ นายภานรินทร์ กล่าวว่า ตนมีความตั้งใจ มีอุดมการณ์ที่จะมาอาสาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรี เหตุผลที่ตนเลือกพรรคประชาธิปัตย์นั้น เนื่องจากได้รู้จักและร่วมทำงาน เรียนรู้งานการเมืองกับ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งเนื่องจากตนเป็นเกษตรกรในสายเลือด และเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ดังนั้นหากตนได้เป็น ส.ส. สิ่งแรกจะทำคือการทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเชื่อว่าหากเกษตรกรมีคุณภาพดีขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้นตามมาด้วย
ส่วนสิ่งใดที่คนเก่าเคยทำไว้ดีอยู่แล้วก็จะสานต่อ แต่สิ่งใดที่ยังไม่ดีที่สุดก็จะพัฒนาต่อไป ดังนั้นในวันที่ 14 พ.ค.นี้ที่จะมีการเลือกตั้ง อยากขอโอกาสจากทุกคนให้ตนได้เป็น ส.ส.เข้าไปทำงานรับใช้พี่น้อง และขอให้ทุกคนได้ช่วยลบภาพจำในอดีต เพราะเราเลือก ส.ส.เข้าไปเพื่อเป็นปากเป็นเสียง รับฟังปัญหาเราไปแก้ไข ไม่ใช่เลือกไปเพื่อไปเป็นเจ้านาย
หลังจบเวทีปราศรัย น.ส.วทันยา พร้อมด้วย นายภานรินทร์ และนายวัชระ ได้เดินทางต่อไปยังตลาดสามชุก เพื่อพบประพ่อค้าแม่ค้า และพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวจับจ่ายซื้อของ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังอนุสรณ์ยุทธหัตถีดอนเจดีย์ เพื่อสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วเดินทางต่อไปยังตลาดสดเมืองทองดอนเจดีย์ เพื่อทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตคลองเตย-วัฒนา ในช่วงเย็นวันนี้ (6 พ.ค.)
หลังจากจบการลงพื้นที่สุพรรณบุรี น.ส.วทันยา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 2 เภสัชต่างรุ่น กับ เลือดสีฟ้า ประชาธิปัตย์ เหตุเกิดระหว่างเดินตลาดสามชุก สุพรรณบุรี กับ เภสัชกรหนุ่ม เลือดใหม่ประชาธิปัตย์ที่อายุน้อยที่สุด 25 ปี “ภานรินทร์ อินสกุล” เบอร์ 7 เขต 5 (ศรีประจันต์-สามชุก-ดอนเจดีย์)
เดียร์ได้พบกับคุณลุง เภสัชกรรุ่นเก๋า ที่มีเลือดประชาธิปัตย์สีฟ้าเข้มข้น โชว์หลักฐานบัตรประจำตัวสมาชิกประเภทสามัญ ตลอดชีพ ตั้งแต่ปี 2529 ทำให้เห็นภาพตอกย้ำว่าประชาธิปัตย์ เป็นพรรคของคนทุกรุ่นได้ชัดเจนที่สุด
เย็นนี้ชาว กทม. เจอกันที่สวนเบญจสิริ (ข้างเอมโพเรียม) นะคะ