อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งครั้งนี้ คาดว่าจะมีข่าวปลอมเกิดขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากกกต. จะตั้งกำแพงไว้ว่า ข่าวเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้นน้อยที่สุด หรือ เกิดขึ้นก็จะดำเนินคดีถ้าหากว่าผู้ให้ข่าวนั้น เป็นผู้ไม่ประสงค์ดีกับการทำงานของกกต. โดยกกต.จะดำเนินคดีกับข่าวที่เป็นต้นตอหรือเป็นข่าวสำคัญและส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น จะไม่ดำเนินคดีกับข่าวเล็กน้อย ซึ่งจะทำเพียงตักเตือน
ด้านนายปกรณ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เรื่องแรกคือการยุบพรรคติดเทอร์โบ คือกกต.ออกระเบียบตามที่กฎหมายให้ทำ แต่สื่อมวลชนได้มีการตั้งชื่อแบบนั้น จึงอยากทำความเข้าใจ ว่า อำนาจของเลขาธิการกกต. สามารถทำเรื่องให้รวดเร็วได้ แต่ไม่มีกำหนดเวลาการสืบสวนไต่สวน เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคที่ถูกกล่าวหา ยื่นพยานหลักฐานและให้ถ้อยคำกับกกต. และต่อสู้อย่างเต็มที่
ส่วนข่าวเรื่องการแบ่งเขต ขอยืนยันไม่มีการแบ่งเขตตามใจ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดตัดสินทั้ง 5 คดีว่า กกต.ออกระเบียบโดยชอบตามกฎหมายถูกต้องแล้ว กกต.จะต้องจัดทำ โดยภาพรวมเพื่อบรรลุหลักเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การทำงานของ กกต.ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย
ส่วนกรณีข่าวเรื่องบัตรเลือกตั้ง กกต. ไม่ได้เป็นผู้กำหนดแต่อยู่ในข้อกฎหมายทุกอย่าง พร้อมยกคำพูดของนายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ "ถ้าพรรคการเมืองไม่สามารถทำให้ ประชาชนจำหมายเลขของพรรคท่านได้แล้ว จะเอาปัญญาที่ไหนมาบริหารประเทศ"
ส่วนการพิมพ์บัตรเกินในข่าวบอกว่าเกินไป 7 ล้านใบ แต่ความจริงเราพิมพ์เกินเพียง 4-5 ล้านใบ เพราะการพิมพ์บัตรต้องพิมพ์เป็นเล่มๆละ 20 ใบ ซึ่งแต่ละหน่วยต้องสำรองไว้หน่วยละ 1 เล่ม ซึ่งเป็นการสำรองเผื่อไว้สำหรับ กปน.และผู้รักษาความสงบอาจจะใช้สิทธิ์ที่หน่วยนั้น