"เพื่อไทย"ขอเดินหน้าแก้ปัญหาโครงสร้าง 3 ด้านคลายวิกฤตประเทศ
29 เม.ย. 2566 | chairat_pat

"เพื่อไทย"ลุยตลาดยงเจริญอ้อนคะแนนเสียงช่วย "ธกร เลาหพงศ์ชนะ" ย้ำไม่กังวลผลโพล พร้อมเดินหน้าขอคะแนนเช้ายันค่ำ ยันแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบการศึกษา-เศรษฐกิจ
การเมือง
29 เม.ย. 2566 | chairat_pat

"เพื่อไทย"ลุยตลาดยงเจริญอ้อนคะแนนเสียงช่วย "ธกร เลาหพงศ์ชนะ" ย้ำไม่กังวลผลโพล พร้อมเดินหน้าขอคะแนนเช้ายันค่ำ ยันแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบการศึกษา-เศรษฐกิจ
29 เมษายน 2566 "ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม" กรรมการบริหาร และประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการโฆษก นายอุเมศนัส ปานเดย์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย "นายธกร เลาหพงศ์ชนะ" ผู้สมัคร ส.ส.เขตสวนหลวง-ประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนเขตสวนหลวง ณ ตลาดยงเจริญ ศรีนครินทร์ 40
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยอย่างล้นหลาม ในระหว่างการเดินพบปะพ่อค้า แม่ค้า และผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาด อีกทั้ง ยังมีประชาชนนำดอกไม้ประดับด้วยใบแมงลักมามอบให้แก่นายธกร และคณะแกนนำเพื่อไทย พร้อมบอกมีนัยยะสำคัญว่า ใบแมงลักในภาษาอีสานเรียกว่า "ผักอีตู่" และขอฝากให้พรรคเพื่อไทยนำลุงตู่ออกไป
จากนั้น นายธกร กล่าวระหว่างลงพื้นที่ว่าผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ทุกคนเป็นเสมือนนักรบ แต่ละคนลงพื้นที่หนักตลอด ตารางของผู้สมัครแต่ละคนไปไม่ต่ำกว่า 8 ที่ และหากจะย้อนไปช่วงโควิด-19 ผู้สมัครของพรรค ได้เปิดศูนย์พักคอยและช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด ขณะเดียวกันยังใช้จังหวะที่ลงพื้นที่ในการเก็บข้อมูลว่าประชาชนต้องการอะไร และหากมีโอกาสเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยก็จะสามารถทำงานได้ทันที เพราะรู้ปัญหาและจุดอ่อนของเขตว่าคืออะไร
ด้าน น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวถึงผลโพลต่างๆของพรรคเพื่อไทย ว่า โพลมี 2 รูปแบบ ทั้งที่มีการสำรวจโดยสำนักต่างๆ และ โพลของพรรค และเอาเข้าจริงพรรคไม่ได้กังวลต่อผลโพลที่ออกมา เพราะในโค้งสุดท้าย สิ่งที่พรรคจะเน้นย้ำ คือ ใช้การต่อสู้ด้วยนโยบาย ซึ่งมีหลายคนกล่าวว่าพรรคเพื่อไทยมีแค่เพียงนโยบายปากท้อง และไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
ทั้งนี้ จึงอยากจะบอกว่าเพื่อไทยมีนโยบายที่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง โดยด้านการเมืองแก้ไขเรื่องการป้องกันการรัฐประหาร และการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ในด้านสังคมมีนโยบายด้านสิทธิเสรีภาพในการคุ้มครองผู้ชุมนุม และเรื่องการศึกษา และการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
"ในส่วนของเรายอมรับว่าพรรคเพื่อไทยมีฐานเสียงของคนที่มีอายุเยอะ อาจจะอยู่ในโซเชียลมีเดียไม่มากพอ แต่จากการลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยทุกจังหวัด เราพบว่ากระแสตอบรับนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่เชื่อมั่นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นมีสูง วันนี้ประเทศมีวิกฤตเราต้องการนักบริหารมืออาชีพ ไม่ใช่คนที่พูดว่าจะทำ แต่ไม่ทำ แต่เพื่อไทยพูดชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง โดยเชื่อมั่นว่าผลงานที่ผ่านมาจะตอกย้ำชัยชนะของพรรคเพื่อไทย" น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว
ด้าน ดร.ณหทัย กล่าวว่า นโยบายการศึกษาของพรรคนั้น จะเปิดโรงเรียนให้ไปโรงเรียนที่ปลดปล่อยพลังสมอง และศักยภาพที่เปี่ยมล้นทั้งครูและเด็ก หลักการประชาธิปไตย ต้องเข้าไปอยู่ในทุกโรงเรียน กฎระเบียบต่างๆ ที่สกัดกั้น ทั้งครูและนักเรียนไม่ให้แสดงออกความคิดสร้างสรรค์ พรรคจะทลายกำแพงเหล่านั้นไปให้หมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เพื่อไทยคำนึงมาโดยตลอด หาแนวทางว่าทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยเข้าสู่สถานศึกษา
ส่วนอีกเรื่องคือความปลอดภัยของครู เรื่องกฎระเบียบที่ให้ครูผู้หญิงเฝ้ายามสถานศึกษาในเวลากลางคืน จะปลดกฎระเบียบตรงนี้ออกไป และใช้เทคโนโลยีมาทดแทน หรือการใช้รูปแบบอาสาสมัครโรงเรียน เข้ามาช่วยดูแลโรงเรียนในชุมชน
ขณะเดียวกัน ส่วนสภาพเศรษฐกิจในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนคำนึงถึงปากท้องตัวเองจนกระทั่งลูกหลาน ไม่สามารถเข้าระบบการศึกษาได้ เรื่องนี้จะแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยี ด้วยนโยบายแท็บเล็ต มาเชื่อมให้เด็กหลุดจากระบบ ให้เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยไปหาถึงบ้าน ไม่ต้องมานั่งเรียนอีกแล้ว พร้อมทั้งจะเปิดกรอบทุกระบบ เพื่อเชื่อมแพลตฟอร์ม Learn To earn เข้ากับทักษะที่มีอยู่ในโลกนี้แล้ว กว่า 50,000 ทักษะ การศึกษาทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ และสร้างเศรษฐกิจครอบครัวที่ดีขึ้นได้